สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 15 มี.ค. ว่า กองทัพอากาศสหรัฐ ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับการส่งอากาศยานไร้คนขับ หรือโดรน แบบควบคุมจากระยะไกล “เอ็มคิว-9 รีปเปอร์” หรือ “พรีเดเตอร์-บี” ลาดตระเวนในเขตน่านฟ้าสากลเหนือทะเลดำ เมื่อวันอังคาร
ระหว่างปฏิบัติการ โดรนเผชิญหน้ากับเครื่องบินขับไล่ 2 ลำของกองทัพรัสเซีย ซึ่งเป็นรุ่นซู-27 ซึ่งสะกดรอยตามการเคลื่อนที่ของโดรนมานานระยะหนึ่ง หลังจากนั้น เครื่องบินของรัสเซียปล่อยเชื้อเพลิงออกมาจำนวนหนึ่ง ด้วยวัตถุประสงค์เพื่อลดการมองเห็น หรืออาจต้องการสร้างความเสียหายให้กับโดรน แล้วอีกประมาณ 30-40 นาทีต่อมา เครื่องบินลำหนึ่งเคลื่อนตัวเข้ามาชนกับโดรน ส่งผลให้โดรนตกลงสู่ทะเล
Pentagon on drone incident over Black Sea:
— TRT World Now (@TRTWorldNow) March 14, 2023
– Russians have not recovered that aircraft
– US military was forced to essentially crash its MQ-9
– Not aware of any radio communications between Russian and US officials pic.twitter.com/DWzJaHTl81
อย่างไรก็ตาม สหรัฐเชื่อว่า เครื่องบินของรัสเซียได้รับความเสียหายเช่นกัน ส่วนจนถึงขณะนี้ ยังไม่มีการเก็บกู้ซากโดรนแต่อย่างใด เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถือเป็นการเผชิญหน้าโดยตรงครั้งแรก ระหว่างอากาศยานทางทหารของสหรัฐกับรัสเซีย นับตั้งแต่การสู้รบในยูเครนปะทุ เมื่อวันที่ 24 ก.พ. 2565 ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐเชิญ นายอนาโตลี อันโตนอฟ เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำกรุงวอชิงตัน เข้าพบเพื่อ “หารือด้วยความวิตกกังวล”
ในอีกด้านหนึ่ง กระทรวงกลาโหมรัสเซีย ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าวเช่นกัน โดยมีรายละเอียดแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ว่า เจ้าหน้าที่ตรวจพบโดรนของสหรัฐบินเข้ามาเหนือคาบสมุทรไครเมีย ทางตอนใต้ของยูเครน และเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของรัสเซีย ตั้งแต่ปี 2557 เครื่องบินซู-27 ทั้งสองลำไม่ได้ดำเนินการใดกับโดรนลำนั้น รวมถึงไม่ได้ใช้อาวุธ และไม่ได้มีสัมผัสกับโดรน “ซึ่งตกลงไปเอง” เนื่องจาก “เกิดการหักเหอย่างรุนแรง”.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



