สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงลิลองเว ประเทศมาลาวี เมื่อวันที่ 15 มี.ค. ว่า สำนักงานบริหารภัยพิบัติแห่งชาติของมาลาวี รายงานจำนวนผู้เสียชีวิต จากอิทธิพลของไซโคลนเฟรดดี้ “ซึ่งหวนกลับมาพัดถล่ม” ในสัปดาห์นี้ เพิ่มเป็นอย่างน้อย 190 ราย แต่ยังมีผู้สูญหายและได้รับบาดเจ็บรวมกัน “อีกหลายร้อยคน”


ขณะที่รัฐบาลโมซัมบิกรายงานจำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มเติมอีกอย่างน้อย 20 ราย นอกจากนี้ มาดากัสการ์เป็นอีกหนึ่งประเทศซึ่งเผชิญกับอิทธิพลของพายุลูกนี้ ที่ขึ้นฝั่งเป็นครั้งแรก เมื่อปลายเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา จึงมีการประเมินจำนวนผู้เสียชีวิตสะสมจากทั้งสามประเทศว่า เพิ่มเป็นมากกว่า 200 รายแล้ว และประชาชนได้รับผลกระทบอีกนับแสนคน


ด้านองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (ดับเบิลยูเอ็มโอ) รายงานว่า เฟรดดี้ ถือเป็นหนึ่งในไซโคลนซึ่งมีความรุนแรงที่สุด เท่าที่เคยเกิดขึ้นในภูมิภาคซีกโลกใต้ และอาจเป็นพายุซึ่งมีอิทธิพลนานที่สุดของภูมิภาคแห่งนี้ด้วย


ยิ่งไปกว่านั้น การก่อตัวและเส้นทางเคลื่อนตัวของพายุลูกนี้ สะท้อนความรุนแรงของการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศโลก โดยพายุลูกดังกล่าว ก่อตัวในออสเตรเลีย แล้วเคลื่อนที่เป็นระยะทางไกลมากกว่า 8,000 กิโลเมตร ข้ามภูมิภาคตอนใต้ของมหาสมุทรอินเดีย เพื่อมาขึ้นฝั่งที่มาดากัสการ์และโมซัมบิก แล้วหวนกลับมาขึ้นฝั่งครั้งที่สอง ณ มาลาวี


ทั้งนี้ ข้อมูลจากองค์การบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติของสหรัฐ (เอ็นโอเอเอ) นับตั้งแต่ปี 2543 มีพายุเพียง 4 ลูกเท่านั้น ซึ่งเคลื่อนที่จากทิศตะวันออกไปยังทิศตะวันตก ผ่านภูมิภาคทางตอนใต้ของมหาสมุทรอินเดีย.

เครดิตภาพ : REUTERS