สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองแบลนไทร์ ประเทศมาลาวี เมื่อวันที่ 17 มี.ค. ว่า สำนักงานบริหารภัยพิบัติแห่งชาติของมาลาวี รายงานจำนวนผู้เสียชีวิต จากอิทธิพลของไซโคลนเฟรดดี้ “ซึ่งหวนกลับมาพัดถล่ม” ในสัปดาห์นี้ เพิ่มเป็นอย่างน้อย 326 ราย แต่ยังมีผู้สูญหายและได้รับบาดเจ็บรวมกัน “อีกหลายร้อยคน”


ขณะที่ รัฐบาลโมซัมบิกรายงานจำนวนผู้เสียชีวิตจากอิทธิพลของพายุลูกนี้ เพิ่มเป็นอย่างน้อย 53 ราย ด้านทางการมาดากัสการ์รายงานจำนวนผู้เสียชีวิตสะสมอยู่ที่อย่างน้อย 27 ราย และมีความเป็นไปได้สูง ที่จำนวนผู้เสียชีวิตในทั้งสามประเทศจะเพิ่มขึ้นอีก เนื่องจากยังคงมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง แม้พายุออกก่อนกำลังไปมากแล้วก็ตาม

ชาวมาลาวี ในเมืองแบลนไทร์ เดินเรียงแถวกลับไปยังที่พักของตัวเอง หลังรับแจกสิ่งของบรรเทาทุกข์จากหน่วยงานรัฐ


ด้านองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก ( ดับเบิลยูเอ็มโอ ) รายงานว่า เฟรดดี้ ถือเป็นหนึ่งในไซโคลนซึ่งมีความรุนแรงที่สุด เท่าที่เคยเกิดขึ้นในภูมิภาคซีกโลกใต้ และอาจเป็นพายุซึ่งมีอิทธิพลนานที่สุดของภูมิภาคแห่งนี้ด้วย ยิ่งไปกว่านั้น การก่อตัวและเส้นทางเคลื่อนตัวของพายุลูกนี้ สะท้อนความรุนแรงของการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศโลก

ภาพถ่ายมุมสูงเผยให้เห็น สภาพความเสียหายของเมืองแบลนไทร์ ในมาลาวี จากอิทธิพลของไซโคลน “เฟรดดี้”


ทั้งนี้ เฟรดดี้ก่อตัวในเขตนอกชายฝั่งออสเตรเลีย แล้วเคลื่อนที่เป็นระยะทางไกลมากกว่า 8,000 กิโลเมตร ข้ามภูมิภาคตอนใต้ของมหาสมุทรอินเดีย เพื่อมาขึ้นฝั่งที่มาดากัสการ์และโมซัมบิก แล้วหวนกลับมาขึ้นฝั่งรอบสองที่มาลาวี


ส่วนข้อมูลจากองค์การบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติของสหรัฐ ( เอ็นโอเอเอ ) นับตั้งแต่ปี 2543 มีพายุเพียง 4 ลูกเท่านั้น ซึ่งเคลื่อนที่จากทิศตะวันออกไปยังทิศตะวันตก ผ่านภูมิภาคทางตอนใต้ของมหาสมุทรอินเดีย.

เครดิตภาพ : REUTERS