สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองแบลนไทร์ ประเทศมาลาวี เมื่อวันที่ 17 มี.ค. ว่า สำนักงานบริหารภัยพิบัติแห่งชาติของมาลาวี รายงานจำนวนผู้เสียชีวิต จากอิทธิพลของไซโคลนเฟรดดี้ “ซึ่งหวนกลับมาพัดถล่ม” ในสัปดาห์นี้ เพิ่มเป็นอย่างน้อย 326 ราย แต่ยังมีผู้สูญหายและได้รับบาดเจ็บรวมกัน “อีกหลายร้อยคน”
Malawian families were forced to scoop waters out of freshly dug graves before victims of Tropical Cyclone Freddy could be laid to rest. The death toll since landfall last month, across Malawi, Mozambique and Madagascar, is now over 300 https://t.co/F93ID0ij8D pic.twitter.com/BqiYBeyeYl
— Reuters (@Reuters) March 16, 2023
ขณะที่ รัฐบาลโมซัมบิกรายงานจำนวนผู้เสียชีวิตจากอิทธิพลของพายุลูกนี้ เพิ่มเป็นอย่างน้อย 53 ราย ด้านทางการมาดากัสการ์รายงานจำนวนผู้เสียชีวิตสะสมอยู่ที่อย่างน้อย 27 ราย และมีความเป็นไปได้สูง ที่จำนวนผู้เสียชีวิตในทั้งสามประเทศจะเพิ่มขึ้นอีก เนื่องจากยังคงมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง แม้พายุออกก่อนกำลังไปมากแล้วก็ตาม

ด้านองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก ( ดับเบิลยูเอ็มโอ ) รายงานว่า เฟรดดี้ ถือเป็นหนึ่งในไซโคลนซึ่งมีความรุนแรงที่สุด เท่าที่เคยเกิดขึ้นในภูมิภาคซีกโลกใต้ และอาจเป็นพายุซึ่งมีอิทธิพลนานที่สุดของภูมิภาคแห่งนี้ด้วย ยิ่งไปกว่านั้น การก่อตัวและเส้นทางเคลื่อนตัวของพายุลูกนี้ สะท้อนความรุนแรงของการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศโลก

ทั้งนี้ เฟรดดี้ก่อตัวในเขตนอกชายฝั่งออสเตรเลีย แล้วเคลื่อนที่เป็นระยะทางไกลมากกว่า 8,000 กิโลเมตร ข้ามภูมิภาคตอนใต้ของมหาสมุทรอินเดีย เพื่อมาขึ้นฝั่งที่มาดากัสการ์และโมซัมบิก แล้วหวนกลับมาขึ้นฝั่งรอบสองที่มาลาวี
ส่วนข้อมูลจากองค์การบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติของสหรัฐ ( เอ็นโอเอเอ ) นับตั้งแต่ปี 2543 มีพายุเพียง 4 ลูกเท่านั้น ซึ่งเคลื่อนที่จากทิศตะวันออกไปยังทิศตะวันตก ผ่านภูมิภาคทางตอนใต้ของมหาสมุทรอินเดีย.
เครดิตภาพ : REUTERS



