เชื่อว่าแฟนบอล “ปืนใหญ่” หลายคน (รวมทั้งผู้เขียน) ไม่คิดไม่ฝันมาก่อนว่า “อาร์เซนอล” จะยังรักษาความต่อเนื่องในการลุ้นแชมป์มาได้นานขนาดนี้

หากย้อนเวลากลับไปช่วงก่อนฤดูกาล แฟนบอลอาร์เซนอลน่าจะพอใจแล้วกับการติดหนึ่งในสี่อันดับแรกให้ได้ แต่ถึงตอนนี้มัน 6 นัดในลีกติดต่อกันแล้วที่ลูกทีมของมิเกล อาร์เตตา เก็บชัยชนะได้รวด และนำจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกได้อย่างน่าภาคภูมิทิ้งห่างแมนฯ ซิตี 8 แต้ม ขณะที่เหลืออีก 10 นัด (เตะมากกว่าซิตี้ 1 นัด)

เรามักตั้งข้อสงสัยมาตลอดว่าพวกเขาจะยืนระยะไปได้นานขนาดไหน วลีช้างปีนต้นไม้ที่อีกหน่อยก็ร่วงจึงถูกนำมาแซว แต่ถึงนาทีนี้ต้องยอมรับว่า อาร์เซนอล รับมือความกดดันได้ดีกว่าหลายคนปรามาสอย่างเหลือเชื่อ

ฟอร์มถล่มคริสตัล พาเลซ 4-1 ไม่ใช่ฟอร์มไร้ที่ติ ตอนที่เกือบจะโดนไล่มาเป็น 3-2 เป็นหลักฐานอย่างดี แต่ความมุ่งมั่นของนักเตะ ความตื่นเต้นของเกมรุก เต็มไปด้วยการวิ่งเร็ว การยืนตำแหน่งที่ชาญฉลาด และรูปแบบการจ่ายบอลที่ชัดเจนแม่นยำ คือหัวใจของอาร์เซนอล

มีย่อมเหตุผลที่จะสงสัยว่าการขาดประสบการณ์ในการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกของอาร์เซนอลอาจส่งผลเสียหรือไม่ ยิ่งเมื่อเทียบกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่คว้าถ้วยมาได้ 4 สมัยจาก 5 ฤดูกาลที่ผ่านมา อาร์เซนอลถือเป็นเด็กน้อยมากในการลุ้นแชมป์ คนส่วนใหญ่เห็นเหมือนกัน แต่มันเป็นเช่นนั้นจริงหรือ?

อย่างน้อยก็ กาเบรียล เชซุส และโอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก ที่มีประสบการณ์มากมายกับซิตี คนในทีมรู้สึกถึงความต่าง เชซุสสร้างแรงบันดาลใจให้เพื่อนร่วมทีมในการฝึกซ้อมด้วยความเป็นมืออาชีพ ซินเชนโกเป็นแกนนำแสดงให้เห็นความมุ่งมั่นพิเศษของเขา

แต่นอกจากสองคนนั้น อาร์เซนอลยังมีอดีตแชมป์ลีกอีก 7 คน อาจรวมถึงจอร์จินโญที่ยังไม่ได้แชมป์ลีก แต่ชนะทั้งในระดับนานาชาติและแชมเปี้ยนส์ลีก กรานิต ชากา และ โม เอลเนนีย์ คว้าแชมป์หลายรายการที่บาเซิล และ คีแรน เทียร์นีย์ ทำได้เช่นเดียวกันที่เซลติก โธมัส ปาร์เตย์กับแอตเลติโก มาดริด, เลอันโดร ทรอสซาร์ดกับเกงค์, ฟาบิโอ วิเอรา ที่ปอร์โต และ กาเบรียล มากัลเญส เป็นส่วนหนึ่งของทีมที่คว้าแชมป์ลีกกับดินาโม ซาเกร็บ แม้ว่าตอนนั้นเขาจะอายุน้อยเกินกว่าจะลงเล่นมากนัก

พวกเขารู้ว่าต้องทำยังไงเพื่อเป็นผู้ชนะ จริงอยู่ พาเลซไม่ใช่บททดสอบที่โหดเหี้ยมที่สุดที่เผชิญตลอดการแข่งขัน แต่อาร์เซนอลแสดงสปริติให้เห็นทั่วทั้งสนาม

มาร์ติน โอเดการ์ด เติบโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในบทบาทของกัปตัน เขามีอิทธิพลต่อเกมอย่างต่อเนื่อง และคอยให้กำลังใจคนรอบข้าง บูกาโย ซากา และมาร์ติเนลลี ต่างมีความกะตือรือร้นและแรงผลักดันที่จะประสบความสำเร็จ และ เลอันโดร ทรอสซาร์ เหมือนจิ๊กซอว์ที่ถูกซื้อมาเติมเต็ม

หลังจากสะดุดไม่ชนะ 3 นัด ช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ (แพ้เอฟเวอร์ตัน, เสมอเบรนท์ฟอร์ด, แพ้แมนฯ ซิตี) แต่เด็ก ๆ อาร์เซนอลพิสูจน์ด่านทดสอบด้านจิตใจด่านแรกไปแล้วว่าอาจมีหลุดฟอร์มบ้างแต่เขายังกลับมาอยู่ในเส้นทาง

และจากนี้หลังจากเบรกทีมชาติ พวกเขาจะเผชิญบททดสอบสำคัญอีกครั้ง ไม่ว่าเยือนลิเวอร์พูล 9 เมษายน, เยือน แมนฯ ซิตี 26 เมษายน, เฝ้าบ้านเจอเชลซี 29 เมษายน และเยือนนิวคาสเซิล 6 พฤษภาคม

หนักหนาสาหัสล้วนๆ แต่ถ้าคิดจะเถลิงบัลลังก์แล้ว ขุนพล “อาร์เซนอล” ก็ต้องฟันฝ่าขวากหนามเหล่านี้ไปด้วยกันให้ได้