สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล เมื่อวันที่ 28 มี.ค. ว่า นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู แถลงผ่านสถานีโทรทัศน์แห่งชาติ เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา “ระงับ” การเดินหน้า “แผนการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม” ที่จะเป็นการจำกัดขอบเขตอำนาจของศาลสูง ในการพิพากษาต่อนโยบายของรัฐบาล หรือกฎหมายซึ่งบัญญัติโดยสภานิติบัญญัติ ( คเนสเซ็ท ) โดยให้เหตุผลว่า สังคมอิสราเอลกำลัง “อยู่ท่ามกลางวิกฤติ” ที่ส่งผลต่อความเป็นเอกภาพ และเพื่อไม่ให้วิกฤตินั้นลุกลามเป็น “สงครามกลางเมือง”


ทั้งนี้ อิสราเอลเผชิญกับการประท้วงอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ต้นปีนี้ เมื่อรัฐบาลเนทันยาฮูประกาศแผนการดังกล่าว โดยให้เหตผุลว่า แผนการนี้ “มีความจำเป็น” เนื่องจากได้รับการออกแบบ “เพื่อรักษาสมดุล” ไม่ให้ฝ่ายนิติบัญญัติ “ก้าวก่าย” อำนาจของฝ่ายบริหาร และยืนยันว่า เรื่องนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบ “เป็นรายบุคคล” พร้อมทั้งเน้นว่า ชาวอิสราเอล “เป็นฝ่ายเลือกเอง” ผ่านการเลือกตั้งทั่วไป เมื่อเดือน พ.ย. ปี 2565 ซึ่งพรรคลิคุดรับการเลือกตั้งเข้ามามากที่สุด ช่วยให้เนทันยาฮูกลับมารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเป็นสมัยที่ 6 แม้ไม่ติดต่อกันก็ตาม


อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ประท้วงทวีความรุนแรงขึ้นอีกระดับ เมื่อเนทันยาฮูมีคำสั่งในสัปดาห์นี้ ปลด พล.ร.อ.โยอาฟ กัลลันต์ ออกจากตำแหน่ง รมว.กลาโหม หลัง พล.ร.อ.กัลลันต์ แสดงจุดยืนว่า ไม่เห็นด้วยกับ “มาตรการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม” ของผู้นำอิสราเอล เนื่องจากฝ่ายบริหารจะมีอำนาจมากขึ้น ต่อกระบวนการสรรหาและแต่งตั้งผู้พิพากษา ซึ่งจะมีผลกระทบต่อ “ความมั่นคงและความปลอดภัยของรัฐ”.

เครดิตภาพ : REUTERS