เมื่อวันที่ 3 เม.ย. นายทรงศัก สายเชื้อ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ลงพื้นที่ จ.สมุทรสงครามและราชบุรี ติดตามเรื่องร้องเรียนกรณีราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำ โดยร่วมพูดคุยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเกษตรกรชาวสวนมะพร้าว เพื่อแก้ไขปัญหาข้อร้องเรียนราคามะพร้าวตกต่ำและการปลอมปนมะพร้าวของผู้ประกอบการ รวมถึงการทำธุรกิจผูกขาดของทุนข้ามชาติที่ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรจังหวัดสมุทรสงครามและจังหวัดใกล้เคียง  

โดยจุดแรกลงพื้นที่เดินทางไปยังห้องประชุมศาลากลาง จ.สมุทรสงคราม หารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมการค้าภายใน  กรมพัฒนาธุรกิจการค้า สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า ตัวแทน จ.สมุทรสงคราม รวมถึงผู้ร้องเรียนให้แก้ไขปัญหาราคามะพร้าวตกต่ำ หลังได้มีการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและมีข้อเสนอเพื่อแก้ไขปัญหาเร่งด่วน จึงได้ลงติดตามรับทราบข้อมูลรวมถึงรับฟังข้อมูลจากผู้ประกอบการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และรับฟังข้อเท็จจริงจากผู้ประกอบการและเกษตรกร

สำหรับบรรยากาศในการรับฟังการร่วมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั้น นายคัมภีร์ ทองเปลว สมาชิกประชาคมคนรักแม่กลอง หนึ่งในเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวน้ำหอม ในฐานะผู้ยื่นเรื่องร้องเรียนให้ผู้ตรวจการแผ่นดินตรวจสอบ ระบุว่า จ.สมุทรสงคราม มีโรงมะพร้าวประมาณ 350 ล้ง ซึ่งมีล้งขนาดใหญ่ประมาณ 10 แห่ง โดยได้ยื่นเรื่องร้องเรียนให้มีการตรวจสอบล้งขนาดใหญ่ที่มีรถแท็งก์ขนน้ำมะพร้าวเป็นหลัก พร้อมตั้งข้อสังเกตกรณีที่เจ้าหน้าที่ อย. ลงพื้นที่สุ่มตรวจหาสารปลอมปนในน้ำมะพร้าว ของล้งจำนวน 9 แห่ง โดยไม่พบสารปนเปื้อน และเจ้าหน้าที่ได้มีการติดตามการผสมสูตรน้ำมะพร้าวตามที่โรงงานกำหนดด้วยหรือไม่ ตนจึงไม่สามารถไว้วางใจหน่วยงานของรัฐที่ไปร่วมตรวจสอบล้งรับซื้อน้ำมะพร้าว

อีกทั้งเห็นว่าเจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกได้อย่างแท้จริง และยังมีการประสานขอตรวจสอบขอตรวจสอบก่อน ทำให้ล้งไหวตัวทัน จึงทำให้เจ้าหน้าที่พบแต่สิ่งที่ล้งต้องการให้ตรวจ ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีทั้งจังหวัด เหมือนกับที่เจ้าหน้าที่กำลังจะเข้าไปฟอกขาวให้กับผู้ประกอบการ ทั้งที่เจ้าหน้าที่จะต้องเป็นผู้ปราบปราม ไม่ใช่ปกป้องผู้กระทำผิด พร้อมเสนอแนะกระบวนการทำงานจะต้องทำให้ประชาชนเกิดความไว้วางใจ จึงจะสามารถได้ข้อมูลเชิงลึกเพื่อนำไปดำเนินการ

ขณะที่เภสัชกรหญิงสุวัสสา สุขเจริญคณา สาธารณสุข จ.สมุทรสงคราม ยอมรับว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เก็บตัวอย่างน้ำมะพร้าวจากล้งทั้ง 9 แห่ง ไม่พบน้ำมะพร้าวในแท็งก์ แต่พบน้ำมะพร้าวบรรจุถุง นำมาตรวจสอบไม่พบการผสมไซรัป และจากการตรวจสอบอย่างง่ายไม่พบมีสารฟอกขาวหรือคลอรีน แต่พบว่าโรงงานบางแห่งมีการใช้สารกันเสีย ไม่ได้เกินมาตรฐานที่กำหนด สามารถกินได้ไม่เป็นอันตราย ส่วนเกณฑ์การควบคุมน้ำมะพร้าว 100% นั้น ขณะนี้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ อยู่ระหว่างการวิจัยและจัดทำเกณฑ์ เพื่อเป็นแนวทางในการตรวจสอบน้ำมะพร้าวแท้ ซึ่งจะแตกต่างไปตามสายพันธุ์และฤดูกาล ซึ่งตรงนี้ถือว่าเป็นประเด็นปัญหาที่สาธารณสุขส่วนกลางให้เร่งรัดนโยบายกำกับและผลักดันเกณฑ์วัดน้ำมะพร้าวแท้ ขณะเดียวกัน อย. ก็ได้มีแนวทางการตรวจสอบเครื่องดื่มมะพร้าวในท้องตลาด ซึ่งจะทำงานร่วมกับ DSI และสาธารณสุขจังหวัดก็จะประสานให้มีการส่งตรวจเครื่องดื่มน้ำมะพร้าวจากบริษัทในจังหวัดสมุทรสงครามให้ครบถ้วนทุกบริษัท เพื่อตรวจสอบย้อนกลับถึงล้งที่ผลิต เพื่อจัดส่งให้กับผู้ประกอบการ

ขณะที่ผู้แทนกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ระบุว่าจากการลงพื้นที่สุ่มตรวจล้งส่วนใหญ่เป็นลงที่ จ.ราชบุรี พบชาวต่างชาติถือหุ้นไม่เกินร้อยละ 50 และยังพบข้อมูลที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการดำเนินการที่อาจจะเข้าข่ายความผิดนอมินี และได้มีการทำงานร่วมกับตำรวจสอบสวนกลางหรือ CIB ตรวจค้นบริษัทที่มีพฤติการณ์เข้าข่ายนอมินี โดยพบพยานหลักฐาน และเอาผิดในเรื่องใบอนุญาตธุรกิจคนต่างด้าว แต่ยังมีปัญหาในเรื่องของการบังคับใช้กฎหมาย ตาม พ.ร.บ.การกระทำความผิดของคนต่างด้าวเป็นความผิดมูลฐาน เนื่องจากมีการยุบสภา เมื่อมีรัฐบาลใหม่ก็จะเตรียมผลักดันเรื่องนี้เข้าสภาอีกครั้ง และเตรียมจะเสนอร่างระเบียบนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับการจัดการแก้ไขสินค้าและธุรกิจต่างชาติผิดกฎหมาย ให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพิจารณา เพื่อแก้ไขปัญหาให้การดำเนินการเป็นไปอย่างต่อเนื่องกับธุรกิจนอมินี

จากนั้นได้ลงพื้นที่พูดคุยกับกลุ่มเกษตรกรที่ ต.แพรกหนามแดง จ.สมุทรสงคราม ซึ่งมีตัวแทนเกษตรกรชาวสวนมะพร้าวมาร่วมสะท้อนปัญหารวมถึงสิ่งที่ต้องการให้เร่งแก้ไข โดยระบุว่าราคามะพร้าวตกต่ำโดยมีการรับซื้อลูกใหญ่ ลูกละ 3 บาท ขนาดที่ลูกเล็กอยู่ที่ลูกละ 50 สตางค์ ขณะที่ต้นทุนของชาวสวนอยู่ที่ลูกละ 7 บาท ทำให้ต้องแบกรับภาระต้นทุน ส่งผลให้ไม่มีเงินเพียงพอในการซื้อปุ๋ย หรือการบำรุงดูแลมะพร้าวให้ได้คุณภาพตามมาตรฐานที่มีการกำหนด ทำให้ถูกยกเลิกออร์เดอร์จากต่างชาติ ทั้งที่ จ.สมุทรสงคราม เป็นจังหวัดที่มีการปลูกมะพร้าวมากที่สุด และมีศักยภาพในทุกด้าน แต่เหตุใดราคามะพร้าวจึงตกต่ำขนาดนี้ โดยต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งช่วยเหลือดูแลเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบในขณะนี้ 

ด้านนายเสรี สุขรุ่งเรืองชัย ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 ต.ปลายคุณโพงพาง อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม ในฐานะประธานเกษตรกรแปลงใหญ่ กล่าวว่า เกษตรกรในพื้นที่รวมตัวกันประมาณ 30-40 ราย รวมพื้นที่สวนมะพร้าวประมาณ 300 ไร่ ซึ่งเกษตรกรต้องแบกรับต้นทุนมะพร้าวลูกละ 7 บาท แต่สามารถขายได้ลูกละ 2-3 บาท ดังนั้นจึงอยากให้รัฐบาลช่วยเหลือขายมะพร้าวให้ได้ลูกละ 10 บาท ซึ่งมะพร้าวตัดทุก 20 วัน หากไม่ตัดจะส่งผลให้มะพร้าวแห้งและเสียราคา ทำให้เกษตรกรไม่มีอำนาจต่อรอง จึงจำเป็นต้องขายตามที่ล้งกำหนด แม้จะสามารถพัฒนาให้ได้มาตรฐานอยู่ที่ลูกละ 1.4 ถึง 1.5 กิโลกรัม แต่ราคากลับต่ำกว่ามะนาวอยู่ขายลูกละ 6 บาท ส่วนที่รัฐบาลระบุจะเสนอให้ทำล้งพาณิชย์เพื่อรับซื้อสินค้าเกษตรทุกประเภทแข่งขันกับล้งจีนนั้น ตนยังไม่มั่นใจว่าจะสามารถระบายผลผลิตที่มีจำนวนมากได้หรือไม่ พร้อมยอมรับว่าเกษตรกร ยังไม่มีประสบการณ์เพียงพอ รวมถึงเวลาในการที่จะนำมะพร้าวไปจัดจำหน่ายเอง แม้จะมีสถานที่รองรับ พร้อมยอมรับว่าวาทกรรมของนายกรัฐมนตรีที่ระบุว่าเมื่อเข้ามาแล้วจะทำให้คนไทยรวยไม่ไหวนั้น ส่วนตัวมองว่าเป็นไปได้ยาก เพราะตอนนี้เกษตรกรก็แย่กันทุกคน

จากนั้นประธานผู้ตรวจการแผ่นดินได้ลงพื้นที่สหกรณ์การเกษตรผู้ปลูกมะพร้าวน้ำหอมแปลงใหญ่วัดเพลง จำกัด รับฟังปัญหาของชาวสวนมะพร้าว และลงพื้นที่รับฟังปัญหาจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตผลไม้ปลอดภัยสารพิษเพื่อส่งออก จ.ราชบุรี