เมื่อวันที่ 3 เม.ย. นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และผู้อำนวยการเลือกตั้ง ปชป. เข้าสังเกตการณ์และให้กำลังใจแก่ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. จากพรรคประชาธิปัตย์แบบแบ่งเขตทั้ง 9 เขต เป็นวันแรก ในการเปิดรับสมัคร ณ อาคารศูนย์กีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา โดยมีกรรมการสาขาพรรคทั้ง 9 เขต พร้อมแกนนำพรรค เดินทางมาให้กำลังใจแก่ว่าที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งทั้ง 9 เขต อย่างเนืองแน่น บริเวณอาคารศูนย์การกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ซึ่งผลการรับสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคประชาธิปัตย์ เขตเลือกตั้งที่ 1 นายสรรเพชญ บุญญามณี หมายเลข 4 เขต 2 นายนิพัฒน์ อุดมอักษร หมายเลข 4 เขต 3 นายสมยศ พลายด้วง หมายเลข 4 เขต 4 นายชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว หมายเลข 6 เขต 5 นายเดชอิศม์ ขาวทอง หมายเลข 3 เขต 6 นางสาวสุภาพร กำเนิดผล หมายเลข 2 เขต 7 นายศิริโชค โสภา หมายเลข 2 เขต 8 พล.ต.ต.สุรินทร์ ปาลาเร่ หมายเลข 7 เขต 9 นายศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง หมายเลข 1

นายนิพนธ์ กล่าวว่า ความมั่นใจของพรรคประชาธิปัตย์วันนี้ เราสู้ทั้ง 9 เขตของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งตลอด 4 ปีที่ผ่านมา เราลงพื้นที่ อยู่เคียงบ่าเคียงไหล่กับพี่น้องประชาชนมาตลอด รวมถึงในขณะที่พี่น้องประสบภัยต่างๆ เรามั่นใจ นโยบายพรรคว่าจะนำไปสู่การปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็นการประกันรายได้ให้กับพี่น้องเกษตรกร หรือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นที่มาของการเลือกตั้งบัตรสองใบในวันนี้ ทั้งในส่วนของนโยบายสร้างเงิน สร้างคน สร้างชาติ ภายใต้ยุทธศาสตร์แม่ ซึ่งประชาธิปัตย์มีนโยบายที่ชัดเจน แม้กระทั่งในเรื่องของการสร้างสันติภาพให้เกิดสันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้ นี่คือสิ่งที่ประชาธิปัตย์ได้วิเคราะห์ และมีความมั่นใจทั้ง 9 เขต และมีความมั่นใจว่า เราจะได้รับการเลือกตั้งในพื้นที่ภาคใต้มากกว่าครั้งที่แล้วอย่างแน่นอน วันนี้เราตั้งเป้าตัวเลขไว้ที่ 40 ที่นั่ง เราเคยได้ในพื้นที่ภาคใต้ 54 ที่นั่ง และประชาธิปัตย์เคยได้ถึง 52 ที่นั่งมาแล้ว แต่วันนี้การที่เราประมาณการไว้ที่ 40 ที่นั่ง นั่นหมายความว่า เรามีพื้นที่ที่หายไปถึง 20 ที่นั่ง ก็ถือว่าหายไปมากพอสมควร แต่เราก็วิเคราะห์ถึงพื้นฐานความเป็นจริงมากที่สุด

สำหรับบรรยากาศโดยทั่วไปในวันแรกของการรับสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตที่จังหวัดสงขลา ซึ่งได้จัดขึ้นที่อาคารศูนย์กีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ได้เริ่มขึ้นอย่างคึกคัก โดยมีผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งจากพรรคการเมืองต่างๆ พร้อมด้วยกองเชียร์ของแต่ละพรรค ที่ให้การสนับสนุนเดินทางมารอตั้งแต่เช้าตรู่ เพื่อหวังจะได้สิทธิเลือกหมายเลขสมัครรับเลือกตั้งเป็นคนแรก ซึ่งจะทำให้ต้องมีการจับสลากเรียงลำดับการรับสมัคร หากไม่สามารถตกลงกันได้ตามกติกาของ กกต.



