สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 5 เม.ย. ว่า สหประชาชาติ (ยูเอ็น) มีคำสั่งเมื่อวันอังคาร ให้เจ้าหน้าที่สังกัดหน่วยงานทุกแห่งของยูเอ็นราว 3,300 คน ซึ่งเป็นชาวอัฟกัน และประจำการอยู่ในอัฟกานิสถาน หยุดงานเป็นเวลา 48 ชั่วโมง ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย หลังมีรายงานว่า รัฐบาลตาลีบันซึ่งปกครองอัฟกานิสถานแจ้งปากเปล่า ว่าไม่อนุญาตให้เจ้าหน้าที่หญิงของยูเอ็นทำงานอีกต่อไป
ขณะที่แหล่งข่าวในสหประชาชาติกล่าวว่า กำลังประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และจะมีการพบหารือกับกระทรวงการต่างประเทศอัฟกานิสถาน เพื่อขอข้อมูลอย่างเป็นทางการเพิ่มเติม อนึ่ง จากจำนวนเจ้าหน้าที่ชาวอัฟกันทั้งหมดในสังกัดของยูเอ็น ประมาณ 400 คนเป็นผู้หญิง
The United Nations has told all Afghan staff not to report to work in Afghanistan for 48 hours for security reasons while it seeks more information from Taliban authorities about a ban on Afghan women working for the world body, UN sources told @Reuters https://t.co/2s8Bl78bKz pic.twitter.com/W4MJ8QqR1I
— Reuters (@Reuters) April 4, 2023
ด้านสำนักงานภารกิจยูเอ็นในอัฟกานิสถาน หรือ ยูนามา แสดงความกังวลต่อการที่เจ้าหน้าที่หญิงในจังหวัดนันการ์ฮาร์ ซึ่งอยู่ทางตะวันออกของประเทศ ไม่สามารถเดินทางไปทำงานได้ตามปกติ โดยเตือนรัฐบาลตาลีบันว่า บุคลากรหญิงชาวอัฟกัน “มีบทบาทสำคัญอย่างมาก” ต่อภารกิจที่เกี่ยวข้องกับมนุษยธรรม เพื่อช่วยเหลือประชากร 23 ล้านคนในอัฟกานิสถาน
ย้อนกลับไปเมื่อเดือน ธ.ค. ปีที่แล้ว รัฐบาลตาลีบันประกาศว่า เจ้าหน้าที่ในสังกัดองค์กรอิสระ (เอ็นจีโอ) ระหว่างประเทศทุกแห่ง ซึ่งมีสำนักงานอยู่ในอัฟกานิสถาน “ต้องเป็นผู้ชายเท่านั้น” ไม่ว่าจะเป็นบุคลากรชาวอัฟกันหรือชาวต่างชาติ แต่คำสั่งในเวลานั้น ยังไม่ครอบคลุมหน่วยงานของยูเอ็น.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



