เมื่อวันที่ 8 เม.ย. 69 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภา ได้พิจารณาญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาการบริหารจัดการอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทยอย่างเป็นระบบ ซึ่งเสนอโดยนายร่มธรรม ขำนุรักษ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย และมีญัตติที่เป็นทำนองเดียวกัน อีก 2 ญัตติ ซึ่งเสนอโดยนายจูรี นุ่มแก้ว สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ และ น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการอภิปรายดังกล่าว มี สส.ร่วมอภิปรายจำนวน 58 คน ล้วนสะท้อนความเห็นถึงความล้มเหลวของการบริหารจัดการและการแก้ปัญหาอุทกภัยและน้ำท่วม เช่น อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา รวมไปถึงปัญหาดินโคลนถล่มในพื้นที่ภาคเหนือ ที่ขาดการบูรณาการการแก้ปัญหา ทำให้การคลี่คลายสถานการณ์ล่าช้า กระทบต่อประชาชน ขณะเดียวกันยังได้อภิปรายทวงถามการเยียวยาให้กับประชาชนในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และเหตุการณ์ดินโคลนถล่ม อ.แม่สาย จ.เชียงราย ที่พบว่าการจ่ายเงินเยียวยาไม่เป็นมาตรฐานเดียวกัน แม้ว่าจะอยู่ในพื้นที่ประสบภัยเดียวกัน เป็นต้น
ภายหลังจากที่ สส. อภิปรายแล้วเสร็จ นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย สส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย อภิปรายสรุปญัตติ โดยตอนหนึ่งระบุว่า ยอมรับว่ามีปัญหาตัวเลขการเยียวยาของพื้นที่อุทกภัย มีส่วนที่ไม่ตรง คือ เงินเยียวยาดำรงชีพ เช่นในครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบ 1.6 หมื่นครัวเรือน วงเงิน 187 ล้านบาท ที่อภิปรายว่าบางบ้านได้ 150-450 บาท ตนสอบถามไปทางเทศบาลหาดใหญ่ พบผู้ที่ได้เงินต่ำกว่า 1,000 บาท จากเอกสารเบื้องต้น มี 15 ครัวเรือน แต่หลังจากเงินก้อนนี้ออกไปและพบปัญหาทางจังหวัดระบุว่าจะไม่มีปัญหา ที่ครัวเรือนจะรับเงินหลักร้อยบาทอีก
“ส่วนที่มีผู้อภิปรายว่าการเยียวยาล่าช้านั้น จากการตรวจสอบพบว่ายังเหลืออีก 3.1 หมื่นครัวเรือน ที่อยู่ระหว่างสำรวจและประเมินความเสียหาย ก่อนที่จะนำเข้าที่ประชุมเพื่ออนุมัติและส่งเรื่องไปยังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และทำเรื่องขอเงินไปยังกระทรวงการคลัง โดยรัฐบาลใหม่ ต้องเร่งรัดและช่วยท้องถิ่นดูปัญหา ส่วนมาตรการเพิ่มวงเงินช่วยเหลือ มีระเบียบออกมาแล้ว ได้เงินเพิ่มที่จำนวน 8.8 หมื่นบาท”
“ผมทราบดีถึงปัญหาที่เกิดขึ้นหลังจากภัยพิบัติ รัฐบาลก็ทราบดี เราถอดบทเรียนเป็นพันๆ หน้า ผมจะนำไปประกอบข้อมูลราชการ หาข้อตกลงหรือหาแนวทางจัดการออกมาให้ดีที่สุด พวกเรายอมรับ และนายกฯ ก็ยอมรับวันที่เกิดเหตุนั้นมีข้อผิดพลาด แต่ทั้งหมดจะไม่เกิดซ้ำอีก หากมีเหตุการณ์แบบนี้ ส่วนข้อมูลหรือเรื่องใดที่อยากส่งต่อไปยังหน่วยงาน ผมรับอาสาติดตามไม่เฉพาะกระทรวงมหาดไทยเท่านั้น แต่รวมถึงการกระตุ้นเศรษฐกิจและเฝ้าระวัง ดังนั้นขอความร่วมมือให้วิกฤติที่เจอในอนาคตดีขึ้น” นายเจเศรษฐ์ อภิปราย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในตอนท้ายที่ประชุมเห็นด้วยกับการเสนอประเด็นที่อภิปรายไปยังรัฐบาลให้พิจารณา นอกจากนั้นแล้ว จะให้กลไกของ กมธ.การป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติ (ปภ.) สภาผู้แทนราษฎร ที่จะตั้งขึ้นหลังจากนี้เป็นผู้ศึกษาและติดตามการแก้ไขปัญหา โดยมีกรอบเวลาให้ทำงาน 90 วันนับจากวันถัดจากที่สภามีมติตั้ง กมธ.ปภ.



