สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน เมื่อวันที่ 9 เม.ย. ว่า กระทรวงกิจการเศรษฐกิจปากีสถาน กล่าวในแถลงการณ์ว่า โครงการดังกล่าวจะสนับสนุนความมั่นคงด้านพลังงานของปากีสถาน, เพิ่มน้ำประปาที่ยั่งยืนสำหรับภาคเกษตรและการบริโภคของมนุษย์ รวมถึงปรับปรุงความสามารถในการฟื้นตัวจากอุทกภัย

สำหรับปากีสถาน เงินทุนข้างต้นจะช่วยเพิ่มทุนสำรองต่างประเทศที่ต่ำมาก เนื่องจากประเทศเผชิญกับวิกฤติดุลการชำระเงินอย่างเฉียบพลัน นอกจากนี้ เงินทุนยังช่วยตอบสนองต่อ ความต้องการด้านพลังงานของปากีสถานอีกด้วย

กระทรวงฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการโมห์แลนด์ ซึ่งได้รับการร่วมระดมทุนจากกองทุนเพื่อการพัฒนาของซาอุดีอาระเบีย (เอสเอฟดี), องค์การกลุ่มประเทศผู้ส่งน้ำมันออก (โอเปก), ธนาคารพัฒนาอิสลาม (ไอดีบี) และกองทุนคูเวตเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจอาหรับ (เคเอฟเออีดี) จะใช้แหล่งพลังงานหมุนเวียน ในการสร้างกำลังการผลิตกระแสไฟฟ้า 800 เมกะวัตต์

นอกจากนี้ ข้อตกลงยังระบุว่า การกักเก็บน้ำจะสนับสนุนการปฏิบัติทางการเกษตรแบบยั่งยืน เพื่อให้มีการชลประทานในที่ดิน 6,773 เฮกตาร์ และเพิ่มพื้นที่เพาะปลูกทั้งหมดจาก 1,517 เฮกตาร์ เป็น 9,227 เฮกตาร์ ในภูมิภาคตะวันตกเฉียงเหนือของปากีสถาน

อนึ่ง ปากีสถานมีการผสมผสานกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังความร้อนและพลังน้ำ ซึ่งในทางทฤษฎีถือว่า “เพียงพอ” ทว่าในความเป็นจริงกลับขาดแคลนเงินทุน สำหรับใช้กำลังการผลิตเหล่านี้อย่างเต็มที่ ส่งผลให้เกิดปัญหาไฟฟ้าดับนานหลายชั่วโมง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อความต้องการไฟฟ้าสูงขึ้นในช่วงฤดูร้อน.

เครดิตภาพ : REUTERS