นายวิรัตน์ ปราบทุกข์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส. เปิดเผยว่า สวพส. มีการทำงานเชิงรุก โดยร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบนพื้นที่สูง 44 แห่ง ร่วมกันจัดทำแผนรณรงค์ป้องกันไฟป่าและแก้ปัญหาหมอกควัน โดยส่งเสริมชุมชนมีส่วนร่วมในด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กำหนดเขตการใช้ประโยชน์ที่ดิน แบ่งแยกพื้นที่ป่าและที่ทำกิน ป้องกันการบุกรุกป่า 440 ชุมชน อนุรักษ์ฟื้นฟูป่าต้นน้ำลำธาร 1,203,426 ไร่ โดยการจัดทำแนวกันไฟ ลาดตระเวนป้องกันไฟป่า จัดทำฝายชะลอน้ำ ปลูกป่าเพื่อฟื้นฟูเพิ่มความหลากหลายของระบบนิเวศต้นน้ำและเพิ่มพื้นที่สีเขียว ทำให้ชุมชนมีแหล่งน้ำใช้อย่างพอเพียง มีอัตราการเกิดจุด Hotspot ในพื้นที่น้อยกว่าพื้นที่ไม่ได้รับการพัฒนา ส่งผลให้คนอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างยั่งยืน

ด้วยการนำองค์ความรู้จากโครงการหลวงมาปรับใช้ในชุมชนบนพื้นที่สูง มีส่วนทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนระบบการเกษตรแบบดั้งเดิมสู่เกษตรมูลค่าสูง ซึ่งสามารถเปรียบเทียบง่ายๆ จากการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์บนพื้นที่ 50 ไร่ สร้างรายได้ประมาณ 200,000 บาท ขณะที่ปลูกพืชผักในโรงเรือนตามองค์ความรู้จากโครงการหลวงบนพื้นที่ 0.5 ไร่ เกษตรกรสร้างรายได้ประมาณ 200,000 บาท เช่นเดียวกัน แต่ใช้พื้นที่น้อยกว่า และยังเป็นผลให้จุดความร้อน (Hotspot) ในพื้นที่สูงลดลงอีกด้วย จากการดำเนินงานที่ผ่านมาพบว่าช่วงปี 2565 มีจุดความร้อนน้อยกว่าปี 2564 ถึง 1,629 จุด และในช่วง 1 มกราคม-31 มีนาคม 2566 เกิดจุดความร้อนในพื้นที่โครงการ 4,118 จุด คิดเป็นร้อยละ 6 ของการเกิดจุดความร้อนของพื้นที่จังหวัดที่มีโครงการตั้งอยู่ (ภาพรวมในพื้นที่ทั้งจังหวัด 12 จังหวัด ที่มีโครงการตั้งอยู่ เกิด 67,861 จุด)

อีก 1 ตัวอย่างของการจัดทำแนวกันไฟ โดยกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนพื้นที่โครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงแม่มะลอ อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ มีกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน ทั้งการจัดประชุม ให้ความรู้ ชี้แจง วางแผนร่วมกันโดยใช้แผนที่ดินรายแปลง เป็นเครื่องมือกำหนดจัด Zone แบ่งเขตในการดูแลพื้นที่ และเตรียมกำลังคน อุปกรณ์ทำแนวกันไฟ (ไม้ตบไฟ เครื่องเป่า วิทยุสื่อสาร) รวมทั้งติดตาม เฝ้าระวัง เพื่อป้องกันการเกิดไฟป่าไม่ให้ลุกลามเข้าเขตป่าชุมชน มีการจัดเวรยามลาดตระเวนอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้มีการลักลอบเผาอีก



