สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 15 เม.ย. ว่า เว็บไซต์รัฐกิจจานุเบกษาของฝรั่งเศส เผยแพร่กฎหมายปฏิรูประบบบำนาญฉบับใหม่ ลงนามโดยประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 15 เม.ย. นี้เป็นต้นไป โดยประเด็นสำคัญที่มีความเปลี่ยนแปลง คือการปรับเพิ่มอายุเกษียณจาก 62 ปี เป็น 64 ปี
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของมาครงเกิดขึ้น หลังศาลรัฐธรรมนูญของฝรั่งเศส ซึ่งประกอบด้วยตุลาการ 9 คน มีมติเป็นเอกฉันท์ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ว่าแผนการของรัฐบาล ในการเพิ่มอายุเกษียณของผู้ใช้แรงงานในระบบ จาก 62 ปี เป็น 64 ปี “ชอบด้วยกฎหมาย”
France's Macron signs contested pension bill into law https://t.co/kW8CeIkL5q pic.twitter.com/nV1F9cZcgX
— Reuters (@Reuters) April 15, 2023
อย่างไรก็ตาม ศาลสูงสุดไม่เห็นชอบกับมาตรการอีก 6 ข้อ ซึ่งรวมถึงแผนการที่รัฐบาลฝรั่งเศสเรียกว่า “ดัชนีแรงงานสูงวัย” ที่เป็นการให้สถานประกอบกิจการขนาดใหญ่ทุกแห่งในประเทศ หากมีลูกจ้างมากกว่า 1,000 คน ต้องเปิดเผยจำนวนลูกจ้างซึ่งมีอายุมากกว่า 55 ปี และการต้องจัดทำสัญญาจ้างพิเศษสำหรับลูกจ้างที่มีอายุมาก
Protests flared in Paris after France’s Constitutional Council gave a green light to French President Emmanuel Macron's flagship pension reform, which will raise the retirement age to 64 from 62 https://t.co/TM6OGi0Fr8 pic.twitter.com/E8yugBqpML
— Reuters (@Reuters) April 14, 2023
ขณะที่ฝ่ายต่อต้านยืนยัน จะเดินหน้าประท้วงต่อไป กระนั้น ในทางปฏิบัติมีเพียง 36% ของแรงงานในฝรั่งเศส ซึ่งเกษียณอายุที่ 62 ปี ส่วนอีก 36% เกษียณที่อายุมากกว่า 62 ปี เนื่องจากต้องจ่ายเงินสมทบให้ครบอย่างน้อย 42 ปี จึงจะสามารถได้รับสิทธิเงินบำนาญเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ หมายความว่า อายุเกษียณของแรงงานฝรั่งเศส ซึ่งเริ่มทำงานเมื่ออายุ 22 ปี จะอยู่ที่ 64.5 ปี โดยเฉลี่ย สูงกว่าค่าเฉลี่ยของสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (โออีซีดี) เมื่อปี 2563 ซึ่งอยู่ที่ 64.3 ปี.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



