สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 15 เม.ย. ว่า เว็บไซต์รัฐกิจจานุเบกษาของฝรั่งเศส เผยแพร่กฎหมายปฏิรูประบบบำนาญฉบับใหม่ ลงนามโดยประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 15 เม.ย. นี้เป็นต้นไป โดยประเด็นสำคัญที่มีความเปลี่ยนแปลง คือการปรับเพิ่มอายุเกษียณจาก 62 ปี เป็น 64 ปี


ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของมาครงเกิดขึ้น หลังศาลรัฐธรรมนูญของฝรั่งเศส ซึ่งประกอบด้วยตุลาการ 9 คน มีมติเป็นเอกฉันท์ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ว่าแผนการของรัฐบาล ในการเพิ่มอายุเกษียณของผู้ใช้แรงงานในระบบ จาก 62 ปี เป็น 64 ปี “ชอบด้วยกฎหมาย”


อย่างไรก็ตาม ศาลสูงสุดไม่เห็นชอบกับมาตรการอีก 6 ข้อ ซึ่งรวมถึงแผนการที่รัฐบาลฝรั่งเศสเรียกว่า “ดัชนีแรงงานสูงวัย” ที่เป็นการให้สถานประกอบกิจการขนาดใหญ่ทุกแห่งในประเทศ หากมีลูกจ้างมากกว่า 1,000 คน ต้องเปิดเผยจำนวนลูกจ้างซึ่งมีอายุมากกว่า 55 ปี และการต้องจัดทำสัญญาจ้างพิเศษสำหรับลูกจ้างที่มีอายุมาก


ขณะที่ฝ่ายต่อต้านยืนยัน จะเดินหน้าประท้วงต่อไป กระนั้น ในทางปฏิบัติมีเพียง 36% ของแรงงานในฝรั่งเศส ซึ่งเกษียณอายุที่ 62 ปี ส่วนอีก 36% เกษียณที่อายุมากกว่า 62 ปี เนื่องจากต้องจ่ายเงินสมทบให้ครบอย่างน้อย 42 ปี จึงจะสามารถได้รับสิทธิเงินบำนาญเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ หมายความว่า อายุเกษียณของแรงงานฝรั่งเศส ซึ่งเริ่มทำงานเมื่ออายุ 22 ปี จะอยู่ที่ 64.5 ปี โดยเฉลี่ย สูงกว่าค่าเฉลี่ยของสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (โออีซีดี) เมื่อปี 2563 ซึ่งอยู่ที่ 64.3 ปี.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES