สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 18 เม.ย. ว่า ศาลกรุงปารีสมีคำพิพากษา เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ยกฟ้องแอร์ฟรานซ์ สายการบินแห่งชาติของฝรั่งเศส และบริษัทแอร์บัส ซึ่งเป็นผู้ผลิตอากาศยานรายใหญ่ของยุโรป จากความผิดร่วมกัน ฐานประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย จากโศกนาฏกรรมเที่ยวบินเอเอฟ447 ของแอร์ฟรานซ์ ซึ่งใช้เครื่องบินโดยสารแอร์บัส เอ330 ตกกลางมหาสมุทรแอตแลนติก ระหว่างเดินทางจากนครรีโอเดจาเนโร ในบราซิล สู่กรุงปารีส เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. 2552 คร่าชีวิตผู้อยู่บนเครื่องบินทั้ง 228 คน
คำพิพากษาของศาลระบุว่า แม้โศกนาฏกรรมครั้งนี้เกี่ยวข้องกับ “ปัญหาทางเทคนิค” จากการที่อุปกรณ์เซ็นเซอร์หลายตัวถูกน้ำแข็งเกาะ ส่งผลกระทบสืบเนื่องต่อไปยังระบบควบคุมการทำงานอีกหลายส่วน รวมถึงเซ็นเซอร์ควบคุมความเร็วของเครื่องบิน
อย่างไรก็ตาม ศาลสรุปว่า “ยังไม่สามารถสรุปได้อย่างชัดเจน” ว่าความขัดข้องทั้งหมดดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกับการตกของเครื่องบิน
A French court has acquitted Airbus and Air France of ‘involuntary manslaughter'. The judgement comes almost 14 years after the crash of a Rio-Paris flight that killed all on board https://t.co/nYkV4OJK6v pic.twitter.com/I1mJfWz59A
— Reuters (@Reuters) April 17, 2023
ทั้งนี้ หากศาลพิพากษาว่ามีความผิดจริง แอร์ฟรานซ์และแอร์บัสต้องระวางโทษปรับสูงสุด เป็นเงิน 225,000 ยูโร (ราว 8.4 ล้านบาท)
ขณะที่ตัวแทนของครอบครัวของผู้เสียชีวิตทั้ง 228 ราย ซึ่งแบ่งเป็นผู้โดยสาร 216 คน จาก 33 ประเทศ และลูกเรือ 12 คน เป็นชาวฝรั่งเศสทั้งหมด แสดงความผิดหวังและไม่พอใจอย่างหนักต่อคำพิพากษาของศาล
กระนั้น หลายฝ่ายมองว่า คำตัดสินที่ออกมา “ไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมาย” เนื่องจากอัยการเคยกล่าวระหว่างการไต่สวนที่ยาวนาน 8 สัปดาห์ เมื่อเดือน ธ.ค. ปีที่แล้ว ว่า “เป็นไปได้ไม่ได้เลย” ที่จะเอาผิดบริษัทยักษ์ใหญ่ทั้งสองแห่ง ซึ่งยืนกรานปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



