ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ นัดที่ 2 เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา “ราชันชุดขาว” รีล มาดริด แชมป์เก่า จากสเปน บุกไปย้ำแค้น “สิงห์สำอาง” เชลซี คู่ปรับจากอังกฤษ ถึงรัง สแตมฟอร์ด บริดจ์ 2-0 ตบเท้าผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ ด้วยประตูรวม 2 นัด 4-0

เกมนี้แลกกันสูสี แต่ มาดริด คมกว่าจนได้ 2 ประตู จาก โรดรีโก หัวหอกทีมชาติบราซิล ในนาทีที่ 58 กับ 80 ผ่านเข้าสู่รอบตัดเชือกไปรอพบผู้ชนะระหว่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี กับ บาเยิร์น มิวนิก ต่อไป

หลังเกม แฟรงค์ แลมพาร์ด กุนซือและอดีตนักเตะ “สิงห์สำอาง” เชลซี เปิดเผยว่า เขายังมั่นใจว่าทีมเริ่มส่งสัญญาณที่ดี และจะกลับมาผงาด คืนความสุขให้สาวกเชลซีได้อีกครั้งแน่นอน แม้ตอนนี้กำลังตกต่ำ โดย แลมพาร์ด นำทีมพ่าย 4 เกมรวด นับตั้งแต่เข้ามาคุมทีมชั่วคราวหลัง เกรแฮม พอตเตอร์ โดนปลดเมื่อวันที่ 2 เม.ย. ที่ผ่านมา และทีมยิงได้เพียงประตูเดียวจาก 5 นัดหลังสุด ภายใต้ผู้จัดการทีม 3 คน และกำลังตกอยู่ในอันตรายอย่างยิ่ง ที่จะไม่จบครึ่งบนของตารางพรีเมียร์ลีก เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1996

แลมพาร์ด กล่าวถึงเกมนี้ว่า “60 นาทีแรก ผมคิดว่าคุณคงเห็นว่าทำไมผมถึงเลือก 11 ตัวจริงชุดนี้ เรามีพลังงานมหาศาล มีองค์กรขนาดใหญ่ เราทำให้ รีล มาดริด มีปัญหามากมาย สิ่งเดียวที่ขาดหายไปจากเกมของเราคือประตู เรามีโอกาสที่ดีจริง ๆ ที่จะทำเช่นนั้น แต่ในระดับนี้ เมื่อคุณอยู่ในช่วงเวลาที่แข็งแกร่ง ครึ่งแรกเป็นช่วงเวลาที่แข็งแกร่งสำหรับเรา เกมของเราเป็นไปตามที่ผมต้องการ หนึ่งหรือสองประตูใน 60 นาทีนั้น เปลี่ยนเกมได้ แต่เราไม่ได้ทำอย่างนั้น ในระดับนี้หากมีโอกาสแล้วทำไม่ได้ ก็เข้าทางเขา”

นอกจากนั้น แลมพาร์ด มองอนาคต เชลซี ตอนนี้ว่า “เชลซี ประสบความสำเร็จมามากตลอด 20 ปีที่ผ่านมา เพียงแต่ปีนี้ไม่ได้ยืนอยู่ในจุดที่ต้องการ แต่ความจริงแล้ว สโมสรนี้กำลังจะกลับมา มันจะทำงาน อาจจะต้องใช้กระบวนการสักหน่อย ผมคิดว่าแฟนๆ ชื่นชมผลงานในวันนี้ ตอนนี้เชลซีมีนักเตะใหม่หลายคน และอยู่ในช่วงการปรับตัว พวกเขาต้องการเวลา”



