สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 28 เม.ย. ว่า ในปี 2468 “บัลโต” สุนัขพันธุ์ไซบีเรียนฮัสกี เป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางท่ามกลางพายุหิมะแสนทรหด ในรัฐอะแลสกา ที่เรียกว่า “เซรุ่ม รัน” โดยมีเป้าหมายเพื่อนำยาช่วยชีวิตไปส่งให้กับเยาวชนในเมืองโนม อันห่างไกล ซึ่งประสบกับโรคคอตีบในเวลานั้น
บัลโตตายเมื่อปี 2476 ซึ่งร่างของมันถูกสตัฟฟ์ และจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาคลีฟแลนด์ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
“ชื่อเสียงของบัลโต และความจริงที่ว่ามันถูกสตัฟฟ์นั้น มอบโอกาสอันยอดเยี่ยมให้กับพวกเราในเกือบ 100 ปีต่อมา ในการตรวจสอบว่า ประชากรสุนัขลากเลื่อนจะมีลักษณะทางพันธุกรรมอย่างไร รวมถึงการเปรียบเทียบมันกับสุนัขสมัยใหม่” นางแคเธอรีน มูน นักวิจัยหลังปริญญาเอก จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ซานตาครูซ และผู้เขียนหลักของการศึกษา กล่าว
A good dog with great genes – 1920s Alaska sled-relay hero Balto https://t.co/zpQyfCbAO0 pic.twitter.com/pHaQxrZsFv
— Reuters (@Reuters) April 27, 2023
ทีมของมูนเก็บตัวอย่างผิวหนังจากท้องของบัลโต และสร้างจีโนมขึ้นมาใหม่ จากนั้นจึงเปรียบเทียบสารพันธุกรรมนี้ กับสุนัขร่วมสมัย 680 ตัว จาก 135 สายพันธุ์ ซึ่งการวิเคราะห์ไม่พบหลักฐานใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับหมาป่า อีกทั้งบัลโตยังมีบรรพบุรุษร่วมกันกับสุนัขพันธุ์ไซบีเรียนฮัสกีในปัจจุบัน และสุนัขลากเลื่อนในรัฐอะแลสกา กับกรีนแลนด์
ความเสถียรดังกล่าวบ่งชี้ว่า ดีเอ็นเอเหล่านี้เกี่ยวข้องกับหน้าที่สำคัญในสัตว์ และการกลายพันธุ์ในจุดนั้นอาจเป็นอันตรายได้ ซึ่งผลสรุปจากการวิจัย คือ บัลโตมีการกลายพันธุ์ที่อาจเป็นอันตราย น้อยกว่าสุนัขสายพันธุ์ปัจจุบัน และนั่นเป็นสิ่งที่บ่งบอกว่า มันมีสุขภาพที่แข็งแรงกว่า
“บัลโต มีความแตกต่างในยีนที่เกี่ยวข้องกับสิ่งต่างๆ เช่น น้ำหนัก, การประสานงาน, การสร้างข้อต่อ และความหนาของผิวหนัง ซึ่งเป็นสิ่งที่คุณคาดหวังให้มีในตัวสุนัขที่อยู่ในสภาพแวดล้อมเช่นนั้น” มูน ระบุในแถลงการณ์.
เครดิตภาพ : REUTERS



