สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 28 เม.ย. ว่า ในปี 2468 “บัลโต” สุนัขพันธุ์ไซบีเรียนฮัสกี เป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางท่ามกลางพายุหิมะแสนทรหด ในรัฐอะแลสกา ที่เรียกว่า “เซรุ่ม รัน” โดยมีเป้าหมายเพื่อนำยาช่วยชีวิตไปส่งให้กับเยาวชนในเมืองโนม อันห่างไกล ซึ่งประสบกับโรคคอตีบในเวลานั้น

บัลโตตายเมื่อปี 2476 ซึ่งร่างของมันถูกสตัฟฟ์ และจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาคลีฟแลนด์ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

“ชื่อเสียงของบัลโต และความจริงที่ว่ามันถูกสตัฟฟ์นั้น มอบโอกาสอันยอดเยี่ยมให้กับพวกเราในเกือบ 100 ปีต่อมา ในการตรวจสอบว่า ประชากรสุนัขลากเลื่อนจะมีลักษณะทางพันธุกรรมอย่างไร รวมถึงการเปรียบเทียบมันกับสุนัขสมัยใหม่” นางแคเธอรีน มูน นักวิจัยหลังปริญญาเอก จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ซานตาครูซ และผู้เขียนหลักของการศึกษา กล่าว

ทีมของมูนเก็บตัวอย่างผิวหนังจากท้องของบัลโต และสร้างจีโนมขึ้นมาใหม่ จากนั้นจึงเปรียบเทียบสารพันธุกรรมนี้ กับสุนัขร่วมสมัย 680 ตัว จาก 135 สายพันธุ์ ซึ่งการวิเคราะห์ไม่พบหลักฐานใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับหมาป่า อีกทั้งบัลโตยังมีบรรพบุรุษร่วมกันกับสุนัขพันธุ์ไซบีเรียนฮัสกีในปัจจุบัน และสุนัขลากเลื่อนในรัฐอะแลสกา กับกรีนแลนด์

ความเสถียรดังกล่าวบ่งชี้ว่า ดีเอ็นเอเหล่านี้เกี่ยวข้องกับหน้าที่สำคัญในสัตว์ และการกลายพันธุ์ในจุดนั้นอาจเป็นอันตรายได้ ซึ่งผลสรุปจากการวิจัย คือ บัลโตมีการกลายพันธุ์ที่อาจเป็นอันตราย น้อยกว่าสุนัขสายพันธุ์ปัจจุบัน และนั่นเป็นสิ่งที่บ่งบอกว่า มันมีสุขภาพที่แข็งแรงกว่า

“บัลโต มีความแตกต่างในยีนที่เกี่ยวข้องกับสิ่งต่างๆ เช่น น้ำหนัก, การประสานงาน, การสร้างข้อต่อ และความหนาของผิวหนัง ซึ่งเป็นสิ่งที่คุณคาดหวังให้มีในตัวสุนัขที่อยู่ในสภาพแวดล้อมเช่นนั้น” มูน ระบุในแถลงการณ์.

เครดิตภาพ : REUTERS