สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงอะซุนซิออง ประเทศปารากวัย เมื่อวันที่ 1 พ.ค. ว่าผลอย่างไม่เป็นทางการของการเลือกตั้งประธานาธิบดีปารากวัย ซึ่งมีการลงคะแนนเมื่อวันอาทิตย์ ปรากฏว่า นายซันติอาโก เปญา วัย 44 ปี ตัวแทนผู้สมัครจากพรรคโคโลราโด ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลชุดปัจจุบัน ได้รับการเลือกตั้งเข้ามามากที่สุด ด้วยสัดส่วน 42%


ขณะที่นายอีเฟรน อเลเกร วัย 61 ปี ตัวแทนผู้สมัครของฝ่ายค้านซึ่งเป็นฝ่ายซ้าย และมีคะแนนนิยมนำเหนือตัวแทนของพรรครัฐบาลมาตลอด ได้รับคะแนนเสียงสนับสนุน 27.5%


ทั้งนี้ พรรคโคโลราโดได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งผู้นำปารากวัยแทบทุกครั้ง นับตั้งแต่ปี 2490 อย่างไรก็ตาม สมาชิกระดับสูงหลายคนของพรรคโคโลราโดเผชิญกับข้อกล่าวหาคอร์รัปชั่นมากขึ้นในระยะหลัง หนึ่งในนั้นคืออดีตประธานาธิบดีโฮราซิโอ คาร์เตส ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานพรรคโคโลราโด มีชื่ออยู่ในบัญชีดำการคว่ำบาตรของสหรัฐ

ชาวปารากวัยใช้สิทธิเลือกตั้งที่คูหาแห่งหนึ่ง ในกรุงอะซุนซิออง


อนึ่ง การเลือกตั้งผู้นำปารากวัยครั้งนี้ได้รับการจับตาอย่างใกล้ชิดจากจีนและไต้หวัน เนื่องจากตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ฝ่ายค้านซึ่งมีคะแนนนิยมนำมาตลอด ยืนยันจะยุติความสัมพันธ์กับรัฐบาลไทเป แล้วสถาปนาความสัมพันธ์กับจีนแทน เนื่องจากจะเป็นผลดีกับเศรษฐกิจมากกว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ปารากวัย “เสียสละมากพอแล้ว” แต่ในอีกด้านหนึ่ง ปารากวัยกลับ “ยังไม่ได้รับการตอบสนองแบบเดียวกัน” จากไต้หวัน


ด้านตัวแทนผู้สมัครของฝ่ายรัฐบาลยืนยัน จะยังคงสานต่อความร่วมมืออย่างเป็นทางการกับรัฐบาลไทเปต่อไป ปัจจุบัน ปารากวัย เป็นเพียง 1 ใน 13 ประเทศ ที่ยังคงมีความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการ โดยมีการสถาปนาความร่วมมืออย่างเป็นทางการ เมื่อปี 2500


ปารากวัย เป็นหนึ่งในประเทศซึ่งมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจรวดเร็วที่สุดในลาตินอเมริกา รายงานของธนาคารกลางปารากวัยคาดการณ์ ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ ( จีดีพี ) ของปารากวัย จะขยายตัวที่ 4.8% ในปีนี้ ใกล้เคียงกับคาดการณ์ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ( ไอเอ็มเอฟ ) ซึ่งระบุไว้ที่ 4.5%.

เครดิตภาพ : AFP