โคลอี สไตน์ หญิงสาววัย 23 ปีจากรัฐเพนซิลเวเนีย โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมเมื่อเย็นวันอังคารที่ผ่านมาและแจ้งข้อหาหลายกระทง ได้แก่ แจ้งเตือนภัยอันเป็นเท็จแก่หน่วยงานรักษาความปลอดภัยสาธารณะ, แจ้งความเท็จ, ขัดขวางกระบวนการทางกฎหมายและประพฤติตนขัดต่อระเบียบวินัยชุมชน

ก่อนหน้าจะโดนจับกุมตัว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จัดงานแถลงข่าวสื่อมวลชนในช่วงค่ำวันจันทร์ที่ผ่านมาระบุว่า มีผู้ได้ข่าวจาก สไตน์ เป็นครั้งสุดท้ายช่วง 22.30 น. ของวันที่ 1 พ.ค. 2566 โดยเธอเป็นคนส่งข้อความหาแฟนหนุ่มของเธอในระหว่างขับรถจากที่ทำงานเพื่อกลับบ้าน ระบุว่าเธอโดนตำรวจเรียกให้จอดรถ 

หลังจากนั้น แฟนหนุ่มของเธอก็พยายามจะติดต่อกลับไปหลายครั้ง แต่ไม่สามารถติดต่อเธอได้ ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้รับแจ้งจากครอบครัวของเธอว่าพวกเขาพบรถยนต์ของเธอจอดทิ้งไว้ที่ถนนเรดบอฟ และตัดสินใจแจ้งความคนหาย ซึ่งทางฝ่ายเจ้าหน้าที่ก็ได้จัดทีมค้นหาในทันที

สตีฟ ลิมานี เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงของรัฐกล่าวในงานแถลงข่าววันต่อมาว่า หน่วยงานของตำรวจใช้จ่ายงบประมาณหลายหมื่นดอลลาร์เพื่อค้นหาตัว สไตน์ ซึ่งรวมทั้งการใช้เฮลิคอปเตอร์ขึ้นบินเพื่อสำรวจรอบบริเวณที่คาดว่าเธอหายตัวไป 

แต่แล้วทางตำรวจก็ได้เบาะแสในคืนวันอังคารว่า ความจริงแล้ว สไตน์ ไม่ได้หายตัวไป แต่เธออยู่ที่บ้านในเมืองจีนเน็ตต์ ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองพิตต์สเบิร์ก สถานที่เกิดเหตุไปราว 48 กม. เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงบ้านหลังดังกล่าว ก็พบว่าเธอปลอดภัยดี จึงได้นำตัวมาสอบปากคำที่สถานีตำรวจ

สไตน์ ให้การว่า เธอโดนเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกให้จอดรถ จากนั้นก็โดนลักพาตัวโดย “ชายแปลกหน้าที่ปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ” เธอยังอ้างว่าคนร้ายมีปืนและเขาปิดตาเธอไว้ จากนั้นก็พาตัวเธอไปสถานที่หลายแห่งในบริเวณรอบ ๆ 

แต่ทีมสืบสวนไม่เชื่อคำให้การของเธอ เนื่องจากก่อนหน้าที่จะพบตัวเธอ พวกเขาได้รับโทรศัพท์จากมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย แจ้งว่า สไตน์ อยู่ระหว่างพักการเรียนและไม่มีสถานะเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัย ซึ่งไม่ตรงกับข่าวที่ออกไปก่อนหน้านั้นว่าเธอเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 4 แล้ว 

พวกเขาพบว่าเธอไม่ได้เรียนที่มหาวิทยาลัยมานานพอสมควร คาดว่าน่าจะเกิน 1 ปี หรืออาจจะถึง 2 ปี และทางมหาวิทยาลัยก็กำลังจะจัดพิธีจบการศึกษาในไม่ช้านี้ ซึ่งทำให้ทีมสืบสวนสันนิษฐานว่า เหตุการณ์การเรียกให้จอดรถและลักพาตัวโดยเจ้าหน้าที่ปลอมนั้น ไม่น่าจะเกิดขึ้นจริง นอกจากนี้ยังพบหลักฐานเพิ่มเติมที่ขัดแย้งกับคำให้การของ สไตน์

เมื่อเจ้าหน้าที่นำหลักฐานไปยืนยันต่อหน้า สไตน์ เธอก็ยอมรับว่าตนเองสร้างเรื่องขึ้นทั้งหมด โดย ลิมานี ให้ความเห็นว่า สไตน์ โกหกครั้งใหญ่เพราะต้องการปิดบังว่าเธอไม่ได้ไปเรียนที่มหาวิทยาลัยเป็นเวลานานแล้ว และอาจจะทำให้คนใกล้ชิดรู้สึกผิดหวัง

ลิมานี ยังกล่าวอีกว่า สไตน์ ไม่ได้ตกอยู่ในอันตรายเลยแม้แต่น้อย และเธอรู้ดีว่าข้อความที่ส่งให้แฟนหนุ่มนั้นจะสร้างความตื่นตระหนกให้เขาและครอบครัวของเธอ ลิมานี ตำหนิหญิงสาวว่าได้สร้างความตื่นตกใจให้ชุมชน ซึ่งคิดว่าเธอโดนลักพาตัวไปจริง ๆ 

ขณะนี้ ทางตำรวจกำลังอยู่ระหว่างสืบสวนเพิ่มเติมว่าจะมีบุคคลอื่นเกี่ยวข้องกับการสร้างเรื่องเท็จในครั้งนี้ของ สไตน์ หรือไม่ เนื่องจากบ้านที่พบตัวเธอนั้นเป็นบ้านของคนรู้จักของเธอ

แหล่งข่าว และเครดิตภาพ : nbcnews.com