“ช้างศึกหนุ่ม” ทีมฟุตบอลชายทีมชาติไทย เดินหน้าสู่การล่าแชมป์ซีเกมส์ สมัย 17 หลังจากตบเท้าเข้ารอบรองชนะเลิศ ฟุตบอลชาย ซีเกมส์ ครั้งที่ 32 ที่ประเทศกัมพูชา โดยนัดตัดเชือกจะมีวันที่ 13 พ.ค. 66 ที่โอลิมปิก สเตเดี้ยม จะพบ เมียนมา อีกคู่ เวียดนาม พบ อินโดนีเซีย
ส่วนรอบชิงชนะเลิศ วันที่ 16 พ.ค. 66 ที่สนามเดียวกัน ทั้งนี้ในรอบรองชนะเลิศ และรอบชิงชนะเลิศนั้น หากเสมอ 90 นาที จะต่อเวลาพิเศษ หากเสมออีก จะยิงจุดโทษ ส่วนรอบชิงอันดับ 3 ถ้าเสมอใน 90 นาที จะยิงจุดโทษทันที

สำหรับทีมชาติไทย คุมทัพโดย “โค้ชหระ” อิสสระ ศรีทะโร ที่มาเริ่มทำทีมตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว เป้าหมายใหญ่คือ ล่าฝัน เข้ารอบโอลิมปิกเกมส์ 2024 ที่ฝรั่งเศส โดย ซีเกมส์ ถือเป็นการเตรียมตัว ก่อนถึงศึกชิงแชมป์เอเชีย รอบคัดเลือก บันไดฝันขั้นแรก สู่ “ปารีสเกมส์”
ผลงานของ “โค้ชหระ” อิสสระ ศรีทะโร กับช้างศึกหนุ่ม ในช่วงแรกของ ซีเกมส์ นั้น “เดอะตุ๊ก” ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน ตำนานแข้งไทย แสดงความเห็นในยูทูบ “แตงโมลง ปิยะพงษ์ยิง” ก่อนที่ไทยจะลงเตะนัดท้าย เสมอ เวียดนาม 1-1 ว่า โค้ชหระ ศึกษาตัวตนของนักเตะมาอย่างดี ในส่วนของการพัฒนาทีมนั้น ที่ผ่านมาเห็นการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง เมื่อก่อน โค้ชหระ ไม่ได้คุมทีมไทยเล่นแบบนี้ เพิ่งมาเล่นในสไตล์นี้ หลังจากเป็นสตาฟฟ์โค้ช อากิระ นิชิโนะ ในทีมชาติไทย เหมือนได้ตกผลึกกับคาแรกเตอร์ของนักบอลไทย ที่สามารถสร้างเกมตั้งแต่แดนหลังได้ กลางพลิกไม่ได้ ก็มีนักเตะอย่าง ลีออน พิชญ เจมส์, ชาญณรงค์ พรมศรีแก้ว ลงมาเอาได้ มีตัวพวกนี้แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องเตะทิ้ง

เดอะตุ๊ก กล่าวต่อไปว่า โค้ชหระ ศึกษาบทบาทนักบอลไทยมาเยอะ เข้าใจกับเยาวชน ถือว่ามาพัฒนาเปลี่ยนแปลง ซึ่งสไตล์ของ โค้ชหระ ที่ทำกับทีมไทยอยู่นั้น จริงๆ แล้ว เป็นในสไตล์ที่คนไทยชอบ แต่บางทีที่ผ่านมามันเล่นไม่ได้ เพราะคุณภาพนักเตะไม่ได้ อยากเล่นแบบนี้ถ้านักบอลไม่ได้ก็ตาย แต่ตอนนี้นักบอลไทยไปได้กับแนวทางนี้ โค้ชหระทำมาถูกต้อง
“คาแรกเตอร์นักบอล ชุดนี้ได้กองกลางดีมาก พลิก มีจังหวะวิธีหนีเพรสซิ่ง พลิกซ้าย ออกขวา ครองบอล เลี้ยงกินตัว เรียกฟาวล์ วิธีเล่นได้ คู่เซ็นเตอร์แบ๊กก็เหนียวแน่น มันสามารถเล่นได้ โค้ชหระมาแนวทางนี้ ถือว่าถูกต้อง ศึกษามาค่อนข้างดีทีเดียว ซึ่งเป็นแนวทางการเล่นที่ทำตั้งแต่บอลโดฮาคัพแล้ว” เดอะตุ๊ก กล่าว.



