เดือน พ.ค. ถือเป็นเดือนที่ประเทศไทยย่างเข้าสู่ฤดูฝนแล้ว ฤดูฝนปีนี้ในไทยมีแนวโน้มอย่างไร? โดยเฉพาะมีการคาดหมายกันว่า อาจจะเกิดสภาวะ “เอลนีโญ” ที่รุนแรงขึ้น!!  

ซึ่งทาง องค์การอุตุนิยมวิทยาโลกแห่งสหประชาชาติ หรือ WMO (World Meteorological Organization) ก็ได้ออกรายงานเตือนทุกๆ ประเทศ ให้มีการเตรียมตัวรับมือกับวิกฤตในปีนี้ เนื่องจากอาจเจอ “เอลนีโญรุนแรง” เกิดขึ้น

โดยมีโอกาสจะเกิดขึ้น 80% ภายในเดือน ก.ย.นี้ ประเทศไทยก็คงหนีผลกระทบไม่พ้น!?!

อย่างไรก็ตาม สภาพอากาศในฤดูร้อนของไทยในเดือน เม.ย. ปี 66 ที่ผ่านมา ก็ถือว่ามีอากาศร้อนกว่าปกติ อุณภมิที่วัดได้สูงสุด ทำสถิติสูงถึง 44.6  องศาเซลเซียล ที่สถานีอุตุนิยมวิทยาตาก อ.เมือง จ.ตาก ถือเป็นเป็นสถิติ อุณหภูมิสูงที่สุดของประเทศไทย เท่าสถิติเดิมที่เคยวัดได้ที่ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน เมื่อวันที่ 28 เม.ย. 59

ขณะที่ดัชนีความร้อน (Heat Index)  ซึ่งเป็น อุณหภูมิที่คนเรารู้สึกได้ในขณะนั้น (Apparent Temperature) ว่าอากาศร้อนเป็นอย่างไร  ก็พุ่งก็ทะลุ 50  องศาเซลเซียลในหลายพื้นที่ของประเทศไทย!!

ว่าที่ ร.ต.ธนะสิทธิ์ เอี่ยมอนันชัย รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ในฐานะโฆษกกรมอุตุนิยมวิทยา บอกถึงสภาพอากาศของไทยว่า ในช่วงต้นเดือนถึงกลางเดือน พ.ค. ประเทศไทยยังเจอดัชนีความร้อนที่สูงได้อยู่ โดยเฉพาะในพื้นที่ประเทศไทยตอนบน อาจมีค่าดัชนีความร้อนสูงเกิน 40-50 องศาเซลเซียล ซึ่งแต่ละพื้นที่จะไม่เท่ากัน หากพื้นที่ใดอยู่ใกล้น้ำ และมีอากาศร้อน ก็จะมีโอกาสเกิดดัชนีความร้อนสูงได้

“ส่วนอุณภูมิในช่วงครึ่งหลังของเดือน พ.ค. จะเริ่มลดลง เพราะจะเข้าสู่ช่วงฤดูฝน มีฝนตก และมีมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ เข้ามาในประเทศไทย ซึ่งทางกรมอุตุฯคาดว่าหมายฤดูฝนของไทยจะเริ่มในสัปดาห์ที่ 3 ของเดือน พ.ค. แต่จะเป็นวันที่เท่าไร จะมีการประชุมผู้เชี่ยวชาญและมีการประกาศวันที่อีกครั้ง”

ว่าที่ ร.ต.ธนะสิทธิ์ เอี่ยมอนันชัย

สำหรับเกณฑ์การพิจารณาการเข้าฤดูฝนของประเทศไทยนั้น จะดูจากประเทศไทยมีฝนตกต่อเนื่องเกือบทั่วไป และทิศทางลมตั้งแต่ระดับผิวพื้นถึงความสูง 3.5 กม. เปลี่ยนทิศเป็นลมตะวันตกเฉียงใต้ ส่วนลมชั้นบน ตั้งแต่ระดับความสูง 5 กม. ขึ้นไป เปลี่ยนทิศเป็นลมตะวันออกเฉียงเหนือหรือลมตะวันออก

อย่างไรก็ตามทาง กรมอุตุนิยมวิทยา ได้คาดการณ์ว่าฤดูฝนปี 66 นี้ ปริมาณฝนรวมของท้ังประเทศในช่วงฤดูฝน จะน้อยกว่าปี 65 และจะน้อยกว่าค่าปกติประมาณ 5% (ปี 65 สูงกว่าค่าปกติ 14%)

โดยช่วงปลายเดือน พ.ค.-มิ.ย. จะมีฝนตกต่อเนื่อง 40-60% ของพื้นที่กับมีฝนหนักบางพื้นที่ โดยเฉพาะ ภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตกมีฝนตก 60-80% ของพื้นที่ กับมีฝนหนักถึงหนักมากในบางแห่ง

หลังจากนั้น ช่วงกลางเดือน มิ.ย.-กลางเดือน ก.ค. ปริมาณและการกระจายของฝนลดลง อาจก่อให้เกิดสภาวะ “ฝนทิ้งช่วง” ในหลายพื้นที่ เกิดการขาดแคลนน้ำด้านการเกษตร โดยเฉพาะพื้นที่ที่แล้งซ้ำซากนอกเขตชลประทาน

ส่วนในช่วงเดือน ส.ค.-ก.ย ฝนจะกลับมาตกชุกหนาแน่น จะตก 60-80% ของพื้นที่เป็นส่วนใหญ่ กับมีฝนหนักหลายพื้นที่และหนักมากในบางแห่ง ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดสภาวะน้าท่วมฉับพลัน น้าป่าไหลหลาก รวมทั้งน้ำล้นตลิ่งได้ในบางพี้นที่

หลังจากนั้นในเดือน ต.ค. บริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนลดลงและเริ่ม จะมีอากาศหนาวเย็น ในตอนเช้า โดยเฉพาะตอนบนของภาค ส่วนบริเวณภาคกลาง ภาคตะวันออกและภาคใต้มีฝนตกชุกหนาแน่นต่อไป กับมีฝนตกหนักหลายพี้นที่และหนักมากในบางแห่ง โดยคาดว่าฤดูฝนจะสิ้นสุดประมาณกลางเดือน ต.ค.

อย่างไรก็ตาม สำหรับพายุหมุนเขตร้อนได้คาดการณ์ว่าในปีนี้จะมีพายุเข้าสู่ประเทศไทย จำนวน 1-2 ลูก โดยมีโอกาสสูงที่จะเคลื่อนผ่านบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ ในช่วงเดือน ส.ค. และ ก.ย.นี้

สำหรับในเรื่อง สภาวะ “เอลนีโญ” นั้น จากการวิเคราะห์ข้อมูลและคาดการณ์แบบจําลองศูนย์ ภูมิอากาศชั้น นำของโลก ทาง กรมอุตุฯ คาดว่า สภาวะเอลนีโญจะเกิดขึ้นในช่วงเดือน มิ.ย. ถึง ก.ค.66 และจะต่อเนื่องไป จนถึงช่วงเดือน ธ.ค. 66 ถึง ก.พ. 67 ซึ่งจะส่งผลให้สภาวะอากาศของประเทศไทย ปี 66 มีแนวโน้มที่อุณหภูมิสูงกว่าค่าปกติ ส่วนปริมาณฝนรวมของทั้งประเทศในช่วงฤดูฝนจะน้อยกว่าค่าเฉลี่ยปกติ 5-10% และจะน้อยกว่าปี 2565 ที่ผ่านมา อย่างชัดเจน

 ส่วนแนวโน้มสภาวะอากาศปี 67 อุณหภูมิเฉลี่ยจะยังคงสูงกว่าค่าปกติ (ประมาณ 0.5-1 องศาเซลเซียส) อาจจะใกล้เคียงกับกับปี 59 ซึ่งเป็นปีที่เกิดเอลนีโญรุนแรง ส่งผลให้ไทยมีอากาศร้อนในหลาย ปริมาณฝนรวม ของประเทศไทยมีแนวโน้มที่จะต่ำกว่าค่าปกติ 10%  มีโอกาสสูงที่จะเกิดความแห้งแล้ง

เมื่อ “เอลนีโญ” ส่งผลกระทบต่อไทย ทำให้ “ปีนี้ฝนน้อย-ปีหน้าแห้งแล้ง” จึงเป็นเรื่องที่หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ต้องเตรียมพร้อมรับมือแต่เนิ่นๆ เพื่อลดผลกระทบในน้อยลง!!

จิราวัฒน์ จารุพันธ์