เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2566 ได้มีรายงานคดีหลอกลวงทรัพย์สินโดนแก๊งมิจฉาชีพในจีนโดยใช้เทคโนโลยีเอไอปลอมแปลงภาพและเสียงเป็นเครื่องมือ
ตามข้อมูลของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า ผู้เสียหายในคดีนี้พักอยู่ในเมืองเปาโถว เขตปกครองตนเองมองโกเลียใน โดนแก๊งมิจฉาชีพใช้โปรแกรมเอไอ ‘ดีพเฟค’ ปลอมแปลงภาพใบหน้าและเสียงพูดให้เหมือนเพื่อนของเหยื่อ ในระหว่างที่โทรฯ ติดต่อผ่านทางวิดีโอคอล จนกระทั่งเหยื่อหลงเชื่อและโอนเงินให้แก๊งคนร้ายไป 4.3 ล้านหยวน (ประมาณ 21.15 ล้านบาท) เพราะคิดว่าอีกฝ่ายเป็นเพื่อนตัวจริงที่อยู่ระหว่างประมูลธุรกิจและต้องการยืมเงินชั่วคราว
ต่อมา เพื่อนตัวจริงของเหยื่อกลับบอกว่าเขาไม่เคยโทรฯ มายืมเงินและไม่รู้เรื่องอะไรเลยเกี่ยวกับกรณียืมเงินดังกล่าว ทำให้ชายหนุ่มตัดสินใจไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าโดนแก๊งมิจฉาชีพฉ้อโกง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ก็สามารถติดตามเงินคืนมาได้เป็นส่วนใหญ่ และกำลังอยู่ระหว่างติดตามเงินที่เหลือ
กรณีดังกล่าวกลายเป็นประเด็นถกเถียงกันอย่างดุเดือดบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียยอดนิยมของจีนอย่างเว่ยปั๋ว ในห้อข้อที่ว่าด้วยการใช้เทคโนโลยีเอไอหลอกลวงทรัพย์สินซึ่งกำลังแพร่ระบาดไปทั่วประเทศจีน ซึ่งกลายเป็นหัวข้อที่มีผู้เข้าชมมากกว่า 120 ครั้งในวันจันทร์ที่ผ่านมา สร้างความกังวลให้ชาวจีนว่า ต่อไปนี้ ทั้งภาพถ่าย คลิปเสียงและคลิปวิดีโอ จะกลายเป็นวัตถุดิบที่มิจฉาชีพนำไปใช้หลอกหลวงทรัพย์สินจากคนรู้จักได้ อีกทั้งแสดงความสงสัยว่ากฎหมายที่มีอยู่ในปัจจุบันนี้สามารถควบคุมอาชญากรรมในลักษณะนี้ได้ทันท่วงที หรือรับมือความไฮเทคของกลุ่มโจรได้หรือไม่
แหล่งข่าว : gizmodo.com
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



