นายเกาะ วิง จวือ กรรมการผู้จัดการ บริษัท รักษาความปลอดภัย การ์ดฟอร์ซ แคช โซลูชั่นส์ (ประเทศไทย) จำกัด และผู้จัดการทั่วไป บริษัท จีเอฟเอไอ โรบอททิก อินโนเวชั่น แอนด์ โซลูชั่น (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ได้ขยายธุรกิจเข้าสู่ หุ่นยนต์เพื่อการบริการหลากหลายรูปแบบ ทั้ง หุ่นยนต์เสิร์ฟอาหาร หุ่นยนต์ใช้ในโรงพยาบาล และหุ่นยนต์ใช้ในหน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจ หลังจากปัจจุบันหุ่นยนต์บริการได้รับการยอมรับ และมีการใช้ในธุรกิจ อย่างแพร่หลายมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในธุรกิจร้านอาหารประมาณ 20% ที่ได้มีการนำหุ่นยนต์เสิร์ฟอาหาร เนื่องจากช่วยสร้างแบรนด์ของร้าน และการจดจำของลูกค้าได้อย่างดี

“เทคโนโลยีและนวัตกรรมหุ่นยนต์ได้เข้ามาให้บริการและสามารถตอบโจทย์กับสภาวะของสังคมและธุรกิจได้ในปัจจุบัน จึงได้เห็นการใช้งานหุ่นยนต์ ไปทำหน้าที่ตรวจวัดอุณหภูมิอยู่ตามห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล และหน่วยงาน ราชการต่างๆ และร้านอาหาร จำนวนเพิ่มมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันหุ่นยนต์ของ บริษัทก็กระจายอยู่ตามสถานที่ต่าง โดยเฉพาะในช่วงโควิด-19 ระบาด บริษัทได้ส่งหุ่นยนต์กว่า 1,500 ตัว ไปให้บริการในสถานที่ต่างๆ”

นายเกาะ วิง จวือ กล่าวต่อว่า การทำตลาดของบริษัท จะเน้นสร้างการรับรู้ให้ตลาด และชูจุดเด่นที่เป็นผู้ผลิต และจำหน่ายเอง โดยมีโรงงานผลิตอยู่ประเทศจีน มีบริการหลังการขาย ทำราคาได้ดีในตลาด เมื่อเทียบกับคู่แข่ง และให้บริการได้ทั่วประเทศ จาก 21 สาขา ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ โดยปัจจุบัน มีการพัฒนาหุ่นยนต์ 3 โมเดล คือ รุ่น T1 (ทีวัน) เหมาะกับการตั้งบริเวณด้านหน้า ด้วยตัวเครื่องมาพร้อมหน้าจอขนาดใหญ่ที่สามารถใช้ในการประชาสัมพันธ์ข้อมูลของธุรกิจ เมนูอาหาร ผลิตภัณฑ์ตัวใหม่หรือโปรโมชั่นต่างๆ อีกทั้งยังมีระบบจดจำใบหน้าและ ID Card พร้อมกล้องอัจฉริยะที่สามารถยืนยันตัวบุคคลหรือพนักงานสำหรับผ่านเข้าประตู พร้อมการจัดเก็บข้อมูลการตอกบัตรเข้าออกของพนักงาน และระบบการจัดการข้อมูลแขก/ลูกค้าและการนัดหมาย/การจองด้วย

ส่วนรุ่นที่ 2 ชื่อ Deli (เดลิ) หรือ delivery เป็นหุ่นยนต์เสิร์ฟอาหาร และยังสามารถนำไปปรับใช้ในสำนักงานหรือองค์กร เพื่อช่วยเรื่องของการรับ/ส่งเอกสารหรือสินค้า หรือโรงพยาบาลได้นำไปปรับใช้ในการส่งยาให้กับคนไข้ และรุ่นสุดท้าย Hygiene (ไฮยีน) หุ่นยนต์พ่นสเปรย์ฆ่าเชื้อ ที่สามารถเดินพ่นสเปรย์ฆ่าเชื้อได้ทั่วบริเวณ รวมถึงนำไปปรับใช้ในสปาหรือโรงแรม ได้ด้วย ซึ่งได้นำหุ่นยนต์บริการ มาจัดแสดงในงาน THAIFEX-Anuga Asia 2023 ด้วย

“ในปีที่ผ่านมา มีอัตราเติบโตกว่า 20% มีสัดส่วนเป็นหุ่นยนต์ใช้ในร้านอาหาร 40% หุ่นยนต์ในหน่วยงานราชการ 30% หุ่นยนต์ในโรงพยาบาล 20% และหุ่นยนต์ในธุรกิจค้าปลีก 10% โดยในปีนี้ตั้งเป้าหมายเติบโตอีก 50% หรือมียอดขายหุ่นยนต์ในตลาดได้ไม่น้อยกว่า 500 ตัว” นายเกาะ วิง จวือ กล่าว