เมื่อวันที่ 24 พ.ค. “บิ๊กฮง” นายสุนทร จารุมนต์ นายกสมาคมกีฬาบิลเลียดแห่งประเทศไทย ร่วมกับ ดร.วีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เป็นประธานในพิธีจับสลากประกบคู่การแข่งขันสนุกเกอร์ “คิว สคูล โซนเอเชีย-โอเชียเนีย” คัดตัวแทนจาก 2 ทวีปไปเล่นอาชีพโลก 2 ฤดูกาล จำนวน 4 คน ที่ภัตตาคารโฮ คิทเช่น พระรามสาม โดยมี พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ และนายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล อุปนายกสมาคมฯ ร่วมพิธี
สำหรับการแข่งขัน “คิว สคูล โซนเอเชีย-โอเชียเนีย” จะแข่งขันระหว่างวันที่ 1-12 มิ.ย.นี้ ที่สถาบันพัฒนากีฬาบิลเลียดแห่งเอเชีย ราชมังคลากีฬาสถาน กกท. แบ่งเป็น 2 สนาม มีนักสอยคิวเข้าร่วมชิงตั๋วสู้ศึกสนุกเกอร์อาชีพโลก มากถึง 112 คน โดยจะคัดเอานักสอยคิวมือดีที่สุด 4 คน (สนามละ 2 คน) ไปแข่งขันศึกอาชีพโลก 2 ฤดูกาล ครั้งนี้มีนักสอยคิวจีนและปากีสถาน มาร่วมประลองมากที่สุดถึง 20 คน อินเดีย 12 คน ส่วน ไทย เจ้าภาพ มี 11 คน

ผลการประกบคู่ของนักสอยคิวไทย ในรอบแรก มีดังนี้ “ติม เอสวัน” ชัชพงศ์ นาสา พบ “เพิ่ม ศรีราชา” ปริญ รัศม์มุกดา, “โฟน เนวาด้า” ณรงค์เดช ตาขันทอง พบ มิลาน ลามา (เนปาล), “ปอง พันคิว” วรวิทย์ ทองเหวียง พบ เติ้ง เหาฮุน (จีน), “โตโต้ ศิษย์ตุ้ม” ทวีทรัพย์ คงกิจ, เชิดชู พบ มูฮัมหมัด อาห์ซาน จาวาอิด (ปากีสถาน), “บอย วิภู” วิภู ภูธิศาบดี พบ ไจ จุน อ่อง จากสิงคโปร์, “ควิด คิวเฮ้าส์” มนัสวินษ์ เพชรมาลัยกุล พบ ฮาเหม็ด ซาเรดูสต์ (อิหร่าน)
ส่วน “ไบร์ท ศรีราชา” ณัทณพงศ์ ชัยกุล, “ท็อป จันท์” พงศกร จงใจรักษ์, “พุธ รังสิต” พุธกานต์ ขิมสุข, “โย่ จันท์” ตะวัน พูลทอง ได้บายในรอบแรก ผ่านเข้ารอบ 64 คนสุดท้าย

นายสุนทร กล่าวว่า ต้องขอบคุณ ดร.วีริศ ที่มาร่วมงานในครั้งนี้ ซึ่งการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ได้เข้ามาร่วมสนับสนุนสมาคมกีฬาบิลเลียดฯ ตามโครงการ 1 กีฬา 1 รัฐวิสาหกิจ นอกจากในรายการ “คิว สคูล โซนเอเชีย-โอเชียเนีย” แล้วยังจะมีการสนับสนุนการแข่งขันและด้านอื่นๆ อีกในอนาคต ซึ่งจะช่วยให้วงการสอยคิวไทย เดินหน้าพัฒนาต่อไปด้วย
ขณะที่ ดร.วีริศ กล่าวว่า “คิว สคูล โซนเอเชีย-โอเชียเนีย” เป็นรายการที่มีประโยชน์กับนักสนุกเกอร์ไทย อย่างมาก เพราะไม่ต้องเดินทางไปแข่งขันรอบคัดเลือกนอกประเทศเหมือนเมื่อก่อน ประหยัดเรื่องค่าใช้จ่าย และเพิ่มโอกาสที่จะไปเล่นอาชีพที่อังกฤษ ได้มากขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นรายการเดียวในเอเชีย ที่จะคัดเลือกนักกีฬาไปแข่งขันอาชีพได้ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย จึงยินดีให้การสนับสนุนทั้งรายการนี้ และจะสนับสนุนสมาคมฯ ต่อไปในอีกหลายด้านแน่นอน เพราะมองว่าแนวทางของสมาคมฯ และพันธกิจของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย มีความเหมาะสมในการร่วมมือกันใน ตามโครงการ 1 กีฬา 1 รัฐวิสาหกิจ.



