พลอากาศโท ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช. ) เปิดเผยถึงการสรรหาผู้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ กสทช.ว่า ก่อนหน้านี้ ประธานบอร์ด กสทช. ได้ขอให้กรรมการทุกท่านเสนอตัวแทน 1 คน เข้ามาเป็นกรรมการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครรับการสรรหา แต่เนื่องจากตน ไม่เห็นด้วยกับกระบวนการนี้ตั้งแต่ต้นจึงไม่ขอส่งตัวแทนไปเป็นกรรมการตรวจสอบคุณสมบัติฯ 

“ถ้าส่งเท่ากับเป็นการไปร่วมทำกับสิ่งที่ไม่เห็นด้วยตั้งแต่ต้น โดยสิ่งที่ไม่เห็นด้วยเพราะกระบวนการที่เกิดขึ้น ไม่ได้ทำตามมติบอร์ด กสทช. แต่เป็นการทำโดยประธาน กสทช.ท่านเดียว ประกาศที่ออกมาแม้แต่ประกาศให้บอร์ด ส่งตัวแทนไปเป็นกรรมการตรวจสอบคุณสมบัติก็เป็นประกาศของประธานเท่านั้น และเท่าที่ทราบ บอร์ดหลายท่านก็ไม่ได้ ส่งตัวแทนเข้าไปเป็นกรรมการด้วยเช่นกัน”

พลอากาศโท ธนพันธุ์ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีมติที่ประชุมบอร์ด กสทช.นัดพิเศษ เสียงส่วนใหญ่ลงมติยกเลิก โครงการ โทรเวชกรรมถ้วนหน้า (Universal Telehealth Coverage : UTHC) ที่เสนอโดย กระทรวงสาธารณสุข วงเงินงบประมาณ 3,850 ล้านบาท นั้น การอนุมัติงบประมาณของกองทุนการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐาน โดยทั่วถึง และบริการเพื่อสังคม (Universal Service Obligation) หรือ ยูโซ่  (USO) จะต้องสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ ของกองทุนที่มุ่งเน้น การพัฒนาระบบโทรคมนาคมพื้นฐานให้ทั่วถึงและเป็นธรรม

พลอากาศโท ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ

ดังนั้นโครงการที่ผ่านการพัฒนา จะต้องสอดคล้องกับกฎหมายในการพัฒนาระบบโทรคมนาคมเป็นสำคัญ ส่วนระบบโทรคมนาคมจะไปรองรับการพัฒนาด้านความมั่นคง การศึกษา หรือสาธารณสุข ก็ได้ แต่ไม่ใช่การ นำงบประมาณไปพัฒนาระบบไอทีเพื่อความมั่นคง เพื่อสาธารณสุข หรือการศึกษา ขึ้นมาทั้งหมด หากจะของบประมาณในลักษณะนี้ต้องของบประเภทที่สองที่มุ่งให้งบเพื่อทดสอบทดลอง

“ดูตามข้อกฎหมายการทำลักษณะนี้ควรของบประมาณจากกองทุนดีอี ซึ่งสนับสนุนการพัฒนาระบบไอที กองทุน USO เป็นการพัฒนาระบบโทรคมนาคมพื้นฐานให้ทั่วถึง ดังนั้นโครงการที่เสนอ คือ โทรเวชกรรมถ้วนหน้า กรรมการฯ หลายท่านเห็นว่าโครงการยังขาดความชัดเจนว่าจะสำเร็จหรือไม่ หรืออาจมีความซ้ำซ้อน โดยเฉพาะการนำงบประมาณ ไปใช้กับระบบโทรคมนาคม จากประสบการณ์การนำงบประมาณไปใช้ในการทำแพลตฟอร์ม หรือระบบยังไม่ตรง กับเจตนารมณ์ของกองทุน ”

พลอากาศโทธนพันธุ์ กล่าวอีกว่า มติของบอร์ดจึงมีความเห็นยังไม่อนุมัติงบประมาณ โดยบอร์ดให้ความเห็นให้ปรับเปลี่ยนการใช้งบประมาณไปใช้เพื่อการพัฒนาระบบโทรคมนาคมเพื่อรองรับการให้บริการของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล (รพ.สต.) แทน