สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงลิมา ประเทศเปรู เมื่อวันที่ 26 พ.ค. ว่า สภาคองเกรสเปรูมีมติ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ด้วยเสียงข้างมาก 65 ต่อ 40 เสียง และงดออกเสียง 2 เสียง ประกาศให้ประธานาธิบดีอันเดรส มานูเอล โลเปซ โอบราดอร์ ผู้นำเม็กซิโก มีสถานะเป็น “บุคคลไม่พึงปรารถนา” เนื่องจากโลเปซ โอบราดอร์ “แทรกแซงกิจการภายใน” ของเปรู


ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้น หลังผู้นำเม็กซิโกเรียกประธานาธิบดีดีนา โบลูอาร์เต ผู้นำเปรูคนปัจจุบัน “คือผู้แย่งชิงอำนาจ” หมายถึงกรณีสภาคองเกรสมีมติถอดถอน นายเปโดร กัสติโย ออกจากตำแหน่งประธานาธิบดี เมื่อปีที่แล้ว และแต่งตั้ง โบลูอาร์เต ซึ่งตอนนั้นดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดี ให้ดำรงตำแหน่งแทน


ต่อมาเมื่อเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา เปรูเรียกเอกอัครราชทูตกลับจากเม็กซิโก เพื่อประท้วงการที่เม็กซิโกให้สถานที่ลี้ภัยกับครอบครัวของ กัสติโย ต่อมา โลเปซ โอบราดอร์ ปฏิเสธส่งมอบตำแหน่งประธานหมุนเวียนของกลุ่มพันธมิตรแปซิฟิก ที่สมาชิกประกอบด้วย เม็กซิโก เปรู ชิลี และโคลอมเบีย โดยผู้นำเม็กซิโกให้เหตุผลว่า โบลูอาร์เต “ไม่ใช่ผู้นำที่ชอบธรรมของเปรู”


ทั้งนี้ โลเปซ โอบราดอร์ นับเป็นผู้นำประเทศอเมริกาใต้คนที่สอง ซึ่งเปรูประกาศสถานะดังกล่าว ต่อจากประธานาธิบดีกุสตาโว เปโตร ผู้นำโคลอมเบีย ซึ่งเป็นผู้นำรัฐบาลฝ่ายซ้าย เช่นเดียวกับนี้ โลเปซ โอบราดอร์.

เครดิตภาพ : AFP