ทุกวันนี้เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทกับชีวิตผู้คนมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่เว้นแม้แต่การ “ดูแลรักษาสุขภาพ” ที่สามารถช่วยให้เข้าถึงบริการด้านสุขภาพ ได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น!!
ระบบการแพทย์ทางไกล (Tele-medicine) เริ่มเข้ามามีบทบาทในการช่วยให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงการรักษา หรือ ขอคำปรึกษา โดยอาศัยเทคโนโลยีในการเชื่อมต่อ ทำให้ผู้ป่วยไม่ต้องเดินทางไปโรงพยาบาลช่วยลดระยะเวลา และค่าเดินทาง ช่วยผู้ที่อยู่พื้นที่ห่างไกล ขณะเดียวกันก็ช่วยลดความแออัด รอต่อคิวเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล!
เฮลท์ เทค (HealthTech) เทคโนโลยีด้านสุขภาพ จึงเป็นเทรนด์ ที่น่าจับตามอง การเกิดขึ้นของ เฮลท์ เทค สตาร์ทอัพ (Health Tech startup) จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการให้และรับบริการด้านสุขภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ป่วย ที่เป็นโรคพื้นฐาน เจ็บป่วยเล็กน้อย ซึ่งปัจจุบันโครงสร้างพื้นฐาน และเครือข่าย 5 จี ที่ใช้งานกันได้ครอบคลุมพื้นที่ มากขึ้นเรื่อยๆ จึงเป็นปัจจัยเอื้อต่อ ระบบการแพทย์ทางไกลมากยิ่งขึ้น

ปัจจุบันในไทยก็มี เฮลท์ เทค สตาร์ทอัพ ให้บริการผ่านแพลตฟอร์ม และแอปพลิเคชั่นหลายราย ตั้งแต่ การปรึกษาแพทย์ผ่านระบบ วิดีโอ คอล (Video Call) แบบเรียลไทม์ พร้อมยังมีบริการส่งยาตามที่แพทย์สั่ง ถึงบ้านทั่วประเทศ มีเภสัชกรโทรฯ ให้คำแนะนำการใช้ยาด้วย วันนี้จึงมี แอปพลิเคชัน ที่น่าสนใจ ช่วยให้เรา หาหมอได้ทุกที่ ทุกเวลามาแนะนำกัน เริ่มด้วย
ใกล้มือหมอ
แอปพลิเคชันที่สามารถวินิจฉัยโรคเบื้องต้น ช่วยเช็กอาการป่วยขั้นต้นโดยผู้ใช้ไม่ต้องไปโรงพยาบาล แสดงผลของโรคที่มีความเสี่ยง 3 อันดับแรก มีความแม่นยำประมาณ 70-80% ประชาชนทั่วไปสามารถนำข้อมูลความรู้ ของโรคนั้น มาใช้ดูแลสุขภาพของตนเองได้ในเบื้องต้น และไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษาได้อย่างถูกต้องต่อไป

นอกจากนี้ยังสามารถช่วยประเมินสัญญาณชีพเบื้องต้น หากพบว่ามีความจำเป็นที่ต้องไปโรงพยาบาลทันที จะบอกพิกัดและเบอร์ติดต่อ โรงพยาบาลที่ใกล้ผู้ป่วยมากที่สุด ขณะเดียวกันหากผู้ใช้งานหรือผู้ป่วยมีข้อกังวล หรือสงสัยเพิ่มเติม สามารถฝากคำถามเกี่ยวกับสุขภาพไว้ได้ ผ่านระบบการ แชต (Chat) ก็จะมีจะมีแพทย์มาช่วย ตอบคำถามให้เราด้วย โดย แอป ใกล้มือหมอ ได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้าง เสริมสุขภาพ (สสส.) และใช้งานได้ฟรี
หมอดี (MorDee)
เป็นอีกหนึ่งแอปที่มีทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจากสถาบันชั้นนำกว่า 500 คน ครอบคลุม 20 แผนก รวมถึงแพทย์เฉพาะทาง ผู้ป่วยสามารถเลือกใช้งานได้ทั้งการโทร แชต และวิดีโอคอล ได้ทุกที่ ตามเวลาสะดวก พร้อมมีบริการส่งยาตามที่แพทย์สั่งถึงบ้านทั่วประเทศ และเภสัชกรโทร.คำแนะนำการใช้ยา นอกจากนี้ยังสามารถเคลมประกันได้ โดยไม่ต้องสำรองจ่าย กับบริษัทประกันที่เป็นพันธมิตรกับแอปได้ด้วย

โดยจากสถิติของแอปในช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-มี.ค.66) พบว่า โรคที่คนไข้เข้ามาใช้บริการ ปรึกษาหมอออนไลน์ 5 อันดับสูงสุด ได้แก่ โรคติดเชื้อทางเดินหายใจ โรคภูมิแพ้ โรคหวัด โรคทั่วไป เช่น ท้องเสีย ปวดหัว ปวดท้อง โรคเครียด ซึมเศร้า และโรคผิวหนัง ฯลฯ
ชีวี (Chiiwii)
แอปพลิเคชันที่ผู้ใช้งานสามารถคุยกับหมอออนไลน์ง่ายๆ ได้ที่บ้าน ที่ก่อตั้งโดยทีมแพทย์ที่ต้องการช่วยเหลือ ผู้ป่วยให้ได้รับข้อมูลสุขภาพที่ถูกต้องและเข้าถึงการรักษากับแพทย์เฉพาะทางได้สะดวก โดยแอปนี้มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่างๆ คอยให้บริการปรึกษา และมีข้อมูลแพทย์ ให้เลือกพร้อมประวัติ ว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่างๆ จริง สามารถเลือกตารางแวลานัดหมายและช่องทางพูดคุย ทั้งการวิดีโอคอล การโทร พอผู้ป่วยปรึกษาเสร็จเรียบร้อย ยังสามารถ เลือกรับยาได้ที่บ้าน ส่วนช่องทางชำระเงินสามารถผ่านบัตรเครดิตหรือการโอนเงิน ก็ได้

อูก้า(Ooca)
แอปพลิเคชันนี้ ป็นการปรึกษาจิตแพทย์ นักจิตวิทยา สำหรับผู้ป่วยหรือผู้ที่มีปัญหาสุขภาพใจ มากกว่า 50 หัวข้อที่สามารถปรึกษาได้ ทั้งปัญหาครอบครัว ความรัก ภาวะซึมเศร้า ฯลฯ โดยตัวแอปฯจะมีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและ นักจิตวิทยาคอยให้คำปรึกษาผ่านช่องทางออนไลน์ สามารถเลือกหัวข้อได้ เช่น ภาวะซึมเศร้า ปัญหาภายใครอบครัว ฯลฯ โดยสามารถใช้งานได้ทั้งผ่านเว็บไซต์ ได้ด้วย โดยจะมีโปรไฟล์ของผู้เชี่ยวชาญ แต่ละคนพร้อมคะแนน ที่เคยได้รับจากผู้ใช้บริการ ใครที่ไม่กล้าไปพบจิตแพทย์ หรืออยากพบแบบปรึกษาส่วนตัว ก็เหมาะกับการใช้แอปนี้ และยังสามารถอ่านสรุปคำแนะนำจากผู้ให้คำปรึกษา และสามารถย้อนกลับ มาอ่านใหม่ได้ทุกเมื่อ ทุกครั้งที่ไม่สบายใจ

ด็อกเตอร์เอทูเเซด (Doctor A to Z)
อีกหนึ่งแพลตฟอร์ม ที่ช่วยให้ผู้ป่วยเข้าถึงแพทย์ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยสามารถปรึกษาแพทย์ผ่านวิดีโอคอล กับแพทย์เฉพาะทาง 22 สาขา จำนวนแพทย์กว่า 1,100 ราย นอกจากนี้ยังมีการบริหารจัดการยา ที่เชื่อมโยงกับการจ่ายยา และยังมีบริการจัดส่งเวชภัณฑ์ด้วย รวมถึงสามารถเคลมประกันได้เลยเช่นกัน
ทั้งหมดถือเป็นส่วนหนึ่งของแพลตฟอร์มที่สามารถช่วยดูแลสุขภาพ เป็นการนำเทคโนโลยีมาช่วยอำนวย ความสะดวก และในอนาคต “ดีพเทค” หรือเทคโนโลยีขั้นสูงอย่าง “บิ๊กดาต้า” และ “ระบบปัญญาประดิษฐ์” หรือ เอไอ จะยิ่งเข้ามาเกี่ยวข้องกับวงการแพทย์เพิ่มขึ้น ทำให้การรักษาและบริการทางการแพทย์มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น!?!
จิราวัฒน์ จารุพันธ์



