สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. ว่า สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ มีมติในการประชุม เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ด้วยเสียงข้างมากท่วมท้น 314 ต่อ 117 เสียง ผ่านกฎหมาย “ความรับผิดชอบด้านการคลัง” เป็นการขยายเพดานหนี้อีก 1.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 52.1 ล้านล้านบาท) จากปัจจุบันซึ่งอยู่ที่ 31.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1,091 ล้านล้านบาท) ออกไปจนถึงเดือน ม.ค. 2568 หมายความว่า ปีหน้าซึ่งเป็นปีที่จะมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งใหม่ รัฐบาลกลางจะไม่ประสบกับปัญหาการกู้ยืม และการชำระ
U.S. House PASSES #DebtLimit & Federal Spending bill, 314-117.
— CSPAN (@cspan) June 1, 2023
Goes now to the Senate. pic.twitter.com/WZPYfHb822
อย่างไรก็ตาม เพื่อแลกกับการขยายเพดานหนี้ รัฐบาลพรรคเดโมแครตของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ยินยอมตามเงื่อนไขของพรรครีพับลิกัน ซึ่งครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร ในการลดงบประมาณโครงการใช้จ่ายภายในประเทศหลายโครงการ รวมถึงโครงการพัฒนาทางสังคม
.@SpeakerMcCarthy: "I have been thinking about this day before my vote for Speaker because I knew the #debtceiling was coming. I wanted to make history. I wanted to do something no other Congress has done." pic.twitter.com/o26cuhZfXL
— CSPAN (@cspan) June 1, 2023
นายเควิน แมคคาร์ธี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ จากพรรครีพับลิกัน กล่าวหลังการลงมติ ว่าเป็นการทำให้เศรษฐกิจของอเมริกา “กลับมาเข้ารูปเข้ารอยอีกครั้ง” เป็นการดำเนินการตามคำมั่นสัญญา “ภายในกรอบที่เป็นไปได้ตามหลักการ”
ขณะที่ทำเนียบขาวเผยแพร่แถลงการณ์ของไบเดน ขอบคุณ “การประนีประนอมระหว่างสองพรรค” แม้กฎหมายยังไม่มีผลบังคับใช้ทันที เนื่องจากต้องรอการลงนามจากวุฒิสภาก่อน แต่ทุกฝ่ายเชื่อว่า ไม่น่ามีอุปสรรค และจะสามารถส่งให้ผู้นำสหรัฐลงนามได้ทัน ภายในวันที่ 5 มิ.ย. นี้แน่นอน.
เครดิตภาพ : AFP



