พระมงคลวชิรากร (สมบัติ ญาณวโร) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) ในฐานะเลขานุการฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ ของมหาเถรสมาคม (มส.) กล่าวว่า หลังจากที่กระทรวงมหาดไทย (มท.) ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือบทบาทในการเกื้อหนุนระหว่างวัดและชุมชนให้มีความสุขอย่างยั่งยืน ระหว่างฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ของ มส. และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) เมื่อวันที่ 24 ก.พ. 2565 ที่วัดพระเชตุพนฯ ทั้งได้มีการประชุมเพื่อวางแนวทางในการขับเคลื่อนงานไปแล้วนั้น หลังจากนี้ทราบว่าทางปลัด มท. จะทำหนังสือแจ้งไปยัง มส. เพื่อขอความเมตตาให้ มส. แจ้งเจ้าคณะผู้ปกครองสงฆ์ทั่วประเทศ เพื่อดำเนินการขับเคลื่อนงานตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือดังกล่าว ขณะที่ในส่วนของศูนย์ประสานงานสาธารณสงเคราะห์ประจำจังหวัด ที่หลายจังหวัดได้จัดตั้งขึ้นแล้วนั้น ตามแนวทางของบันทึกข้อตกลงดังกล่าวศูนย์ประสานงานสาธารณสงเคราะห์ประจำจังหวัด จะเข้ามามีบทบาทในการประสานงานโครงการต่างๆ ของคณะสงฆ์ เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนมากขึ้นด้วย
พระมงคลวชิรากร กล่าวต่อไปว่า สำหรับแนวทางขับเคลื่อนของคณะสงฆ์ตามบันทึกข้อตกลงดังกล่าว มีดังนี้ 1.การบูรณาการการดำเนินงานในระดับต่างๆ ตั้งแต่ระดับจังหวัด อำเภอ ตำบล โดยขอความเมตตาฝ่ายคณะสงฆ์จังหวัดทุกจังหวัด ร่วมจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ บทบาทในการเกื้อหนุนระหว่างวัดและชุมชนให้มีความสุขอย่างยั่งยืน โดยความร่วมมือระหว่างคณะสงฆ์ และภาคีเครือข่ายภาคส่วนวิชาการในระดับพื้นที่ เช่น มหาวิทยาลัย วิทยาลัย โรงเรียน หรือปราชญ์ชาวบ้านในพื้นที่ เป็นต้น และร่วมบูรณาการการดำเนินงานร่วมกันแก้ไขปัญหาความเดือนร้อนด้านต่างๆ ของประชาชนในพื้นที่ โดยบูรณาการร่วมกับคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการหนึ่งตำบลหนึ่งหมู่บ้านยั่งยืนฯ รวมทั้งส่งเสริมให้ประชาชนน้อมนำพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในการสร้างความมั่นคงทางอาหาร ตามโครงการ “บ้านนี้มีรักปลูกผักกินเอง” และโครงการ “ทางนี้มีผล ผู้คนรักกัน” ทั้งต้องมีการลงพื้นที่เยี่ยมและรับฟังปัญหาของประชาชน โดยขอความเมตตาพระสังฆาธิการเพื่อจับคู่ 1 พระสังฆาธิการ 1 ภาคราชการ ในการลงพื้นที่เยี่ยมรับฟังปัญหาของประชาชน เพื่อทำให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน ส่งเสริมให้ทุกครัวเรือนมีที่อยู่อาศัยถูกสุขลักษณะ



