สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 7 มิ.ย. ว่า ค่าธรรมเนียมที่พุ่งสูง เกิดขึ้นท่ามกลางวิกฤติทางการเงินในรัฐบาลท้องถิ่น อันเป็นผลมาจากนโยบายป้องกันโรคโควิด-19 ที่เข้มงวด, วิกฤติอสังหาริมทรัพย์ และเศรษฐกิจที่ซบเซา โดยมหาวิทยาลัยจีน ซึ่งเกือบทั้งหมดเป็นของรัฐ ต้องพึ่งพาเงินสนับสนุนจากรัฐอย่างมาก

มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อีสต์ ไชน่า (อีซียูเอสที) ในนครเซี่ยงไฮ้ ปรับขึ้นค่าเล่าเรียน 54% เป็น 7,700 หยวนต่อปี (ราว 37,600 บาท) สำหรับนักศึกษาใหม่บางคนที่เรียนวิชาเอกวิทยาศาสตร์, วิศวกรรมศาสตร์ และพลศึกษา ส่วนสาขาศิลปศาสตร์มีค่าศึกษาสูงขึ้น 30% ขณะที่มหาวิทยาลัยแห่งอื่น มีการเพิ่มค่าเล่าเรียนของบางหลักสูตร ในอัตราที่คล้ายคลึงกัน

เมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา นครเซี่ยงไฮ้ตัดสินใจดำเนินการดังกล่าว หลังมีประชาพิจารณ์ให้ปรับเพิ่มค่าเล่าเรียน ซึ่งไม่เปลี่ยนแปลงมากว่า 20 ปี สำหรับปีการศึกษาที่จะเริ่มต้นในช่วงฤดูใบไม้ร่วงของปีนี้

สำหรับมณฑลเสฉวน ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน และมณฑลจี๋หลิน ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ ต่างปรับค่าเล่าเรียนในวิชาเอกต่าง ๆ เช่นกัน โดยมหาวิทยาลัยในมณฑลเสฉวน เพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 41% ตามแถลงการณ์ของรัฐบาลท้องถิ่น

อีกด้านหนึ่ง รายงานงบประมาณจากกระทรวงศึกษาธิการจีน คาดการณ์ว่า การใช้งบประมาณในด้านการศึกษาระดับอุดมศึกษาของปีนี้ ลดลง 3.7% เป็น 102,600 ล้านหยวน (ราว 5 แสนล้านบาท) จากปีที่แล้ว

นอกจากนี้ งานศึกษาที่นำโดยนายหลิว จิ้น ศาสตราจารย์จากสถาบันเทคโนโลยีปักกิ่ง ระบุว่า เมื่อเดือนที่แล้ว ทีมวิจัยซึ่งนำโดยกลุ่มผู้เชี่ยวชาญอาวุโสด้านการศึกษา เรียกร้องให้มีการเพิ่มค่าเล่าเรียนในมหาวิทยาลัยอย่างครอบคลุม สำหรับนักศึกษาต่างชาติ จากเดิมประมาณ 20,000 หยวนต่อปี (ราว 98,000 บาท) เป็น 110,000 หยวนต่อปี (ราว 537,000 บาท).

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES