สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงโบโกตา ประเทศโคลอมเบีย เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ว่า หลังจากหลงทางอยู่ในป่านานกว่า 1 เดือน ในที่สุด กลุ่มเด็กเชื้อสายชนเผ่าฮุยโตโต 4 คน ซึ่งมีอายุ 13 ปี, 9 ขวบ, 5 ขวบ และ 1 ขวบ ได้รับความช่วยเหลือ และถูกนำตัวออกจากป่าแอมะซอน เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ก่อนที่จะเข้ารับการรักษาและพักฟื้น ที่โรงพยาบาลทหารในกรุงโบโกตา

บิดาของเด็กทั้งสี่คน ให้สัมภาษณ์กับสื่อ ซึ่งปักหลักรออยู่ด้านนอกโรงพยาบาลว่า เลสลีซึ่งเป็นบุตรสาวคนโตวัย 13 ปี เล่าว่า มารดา ซึ่งเป็นผู้นำชนพื้นเมือง ได้รับบาดเจ็บสาหัส จากอุบัติเหตุเครื่องบินตกเมื่อวันที่ 1 พ.ค. และเสียชีวิตในอีก 4 วันหลังจากนั้น โดยก่อนที่ผู้เป็นแม่จะเสียชีวิต เธอได้สั่งเสียให้ลูกๆ ของเธอหาทางออกไปจากป่า เพื่อที่จะได้พบกันคนที่สามารถช่วยชีวิตพวกเขาได้

แพทย์ทหารโคลอมเบียตรวจร่างกาย หนึ่งในกลุ่มเด็ก 4 คน ซึ่งติดอยู่ในป่าแอมะซอน นาน 40 วัน ก่อนได้รับความช่วยเหลือ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ความรู้ท้องถิ่นของเด็ก และผู้ใหญ่ของชนพื้นเมือง ที่มีส่วนร่วมในการค้นหาร่วมกับกองทหารโคลอมเบีย คือสิ่งที่นำมาสู่การพบว่า เด็กทุกคนยังมีชีวิตอยู่ แม้จะมีภัยคุกคามจากเสือจากัวร์, งู และฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจขัดขวางไม่ให้กลุ่มเด็กได้ยินเสียงเรียกจากทีมค้นหา

“การรอดชีวิตของเด็ก เป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงความรู้ และความสัมพันธ์กับสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ ซึ่งพวกเขาได้รับการสอนตั้งแต่อยู่ในครรภ์ของมารดา” องค์กรชนพื้นเมืองแห่งชาติของโคลอมเบีย (โอนิค) ระบุ

ประธานาธิบดีกุสตาโว เปโตร ผู้นำโคลอมเบีย และโซเฟีย เปโตร บุตรสาว เยี่ยมหนึ่งในกลุ่มเด็กชนพื้นเมือง ที่โรงพยาบาลทหาร ในกรุงโบโกตา หลังได้รับความช่วยเหลือจากการติดอยู่ในป่าแอมะซอน 40 วัน

ด้านนายอีวาน เบลาซเกซ รมว.กลาโหมโคลอมเบีย ซึ่งเดินทางไปเยี่ยมเด็กทั้งสี่คนในโรงพยาบาล พร้อมกับประธานาธิบดีกุสตาโว เปโตร ผู้นำโคลอมเบีย กล่าวว่า เด็กทุกคนกำลังฟื้นตัว แต่ยังรับประทานอาหารแข็งไม่ได้ และชื่นชมเลสลี ที่เป็นคนพาน้องๆ ของเธอ ฝ่าฟันความยากลำบากในป่าแอมะซอน นานกว่า 1 เดือน

“เป็นเพราะเธอ ความกล้าหาญของเธอ และความเป็นผู้นำของเธอ ที่ทำให้เด็กอีก 3 คน รอดชีวิตมาได้ ด้วยความเอาใจใส่ดูแลของเธอ และความรู้เกี่ยวกับป่าที่เธอมี” เบลาซเกซ กล่าวเพิ่มเติม.

เครดิตภาพ : AFP