เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะประกาศรับรองผลการเลือกตั้งและรับรอง ส.ส. ในสัปดาห์หน้า วันที่ 21 มิ.ย. ว่า เท่าที่ทราบ กกต. จะประกาศรับรอง ส.ส. ให้ครบ 95% ตามเกณฑ์ ในส่วนของพรรค ชทพ. หลังจากที่ว่าที่ ส.ส. ได้รับรองแล้ว จะนัดหารือเพื่อพูดคุยกัน แต่คงไม่มีงานปฐมนิเทศ เนื่องจาก พรรคได้ ส.ส. 10 คน ส่วนใหญ่เป็น อดีต ส.ส. ยกเว้น นายศุภโชค ศรีสุขจร ว่าที่ ส.ส.นครปฐม
เมื่อถามว่า ในการคุยของว่าที่ ส.ส. จะหารือถึงการเลือกประธานสภา หรือทิศทางโหวตนายกฯ หรือไม่ นายวราวุธ กล่าวว่า ประเด็นดังกล่าวต้องรอให้พรรคใหญ่มีความชัดเจนในแนวทางก่อน ขณะนี้ยังไม่ทราบว่าพรรคก้าวไกล หรือพรรคเพื่อไทย (พท.) จะได้สิทธิเสนอบุคคลให้ดำรงตำแหน่งประธานสภา คุณสมบัติบุคคลที่จะเสนอชื่อให้เป็นประธานสภา ต้องเป็นผู้ที่มีบทบาทควบคุมการประชุม โดยสมัยที่นายชวน หลีกภัย ดำรงตำแหน่งประธานสภา ได้วางมาตรฐานการทำงานไว้สูง แม้จะมีการประชุมล่มบ่อยครั้ง แต่มองว่าไม่เกี่ยวกับศักยภาพของประธานสภา เพราะเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของพรรคการเมือง ดังนั้นบุคคลที่จะเป็นประธานสภา ต้องมีความเข้มงวดในระเบียบ ในกฎ และมีวุฒิภาวะ มีความรู้ รวมถึงมีวุฒิภาวะทางอารมณ์ เพราะในการประชุมสภา มีหลายสถานการณ์ที่เป็นการทดสอบและท้าทายประธานสภา อย่างมาก นอกจากนั้นต้องแม่นข้อกฎหมายและมีวิจารณญาณที่ดี ว่าควรหรือไม่ควรที่จะเสนอร่างกฎหมายใด หรือร่างกฎหมายใดเป็นประโยชน์หรือไม่ คนที่เป็นประธานสภา ต้องเตรียมคำตอบดังกล่าวให้ดี
เมื่อถามถึงกรณีที่นักวิชาการมีข้อเสนอให้ ว่าที่ ส.ส. ในพรรค ที่ไม่ได้ร่วมรัฐบาล โหวตให้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นนายกฯ เพื่อประคับประคองประชาธิปไตย นายวราวุธ กล่าวว่า พรรค ชทพ. มี 10 เสียง ไม่เกิดประโยชน์อะไร คงต้องเป็นพรรคใหญ่ ทั้ง พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) หรือพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ทั้งนี้กรณีที่พรรคว่าที่รัฐบาล จะมาขอเสียงจากฝั่งฝ่ายค้านไม่เคยเกิดขึ้น ทั้งนี้ต้องคุยในหลักการกับหลายพรรคการเมืองว่ามีแนวทางอย่างไร ซึ่งตนมองว่าพรรคที่จะร่วมเป็นฝ่ายค้าน เป็นไปได้ที่จะฟอร์มแนวทางร่วมกัน หลังจากที่ ส.ส. แต่ละพรรคได้รับการรับรองแล้ว
เมื่อถามว่าได้พูดคุยกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ภท. บ้างหรือไม่ นายวราวุธ กล่าวว่า ตนเจอแค่ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) แต่ไม่ได้คุยกันถึงแนวทางว่าจะมีแนวทางอย่างไร เพราะขณะนี้ทุกฝ่ายมองว่ายังมีความไม่แน่นอน ต้องรอให้เสียงข้างมากชัดเจน เพราะมีหลายเรื่องที่เขาต้องคุยกัน ดังนั้นเมื่อไม่ชัดเจน ฐานะที่ตนไม่ได้อยู่ร่วมในทีมงานต้องรอดูก่อน.



