นายเฉลิมชัย สุวรรณรักษ์ อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า งานวันประมงน้อมเกล้าฯ ครั้งที่ 33 เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้น โดยความร่วมมือระหว่างกรมประมง คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์คและสเปลล์ ตลอดจนหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำรายได้ทูลเกล้าถวาย สมทบทุนมูลนิธิจุฬาภรณ์ และเป็นการส่งเสริม อนุรักษ์ เผยแพร่ความรู้ทางวิชาการเกี่ยวกับพันธุ์สัตว์น้ำและปลาสวยงาม และพรรณไม้น้ำชนิดต่าง ๆ ให้กับประชาชน เกษตรกร และเป็นการยกระดับการจัดงานก้าวสู่สากล

สำหรับกรมประมง มีการจัดแสดงนิทรรศการมีชีวิตในธีม Wonders of the Aquatic World มหัศจรรย์โลกใต้น้ำ โดยนำเสนอนิทรรศการความรู้และจัดแสดงพันธุ์สัตว์น้ำที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัวที่ธรรมชาติสร้างขึ้นมาเพื่อการดำรงชีวิต ภายใต้ความสวยงามที่ซ่อนอยู่ในโลกใต้น้ำ โดยผู้เข้าชมงานจะได้ร่วมสัมผัสกับความตระการตาในรูปแบบ 9 ไฮไลต์ และ 7 สิ่งมหัศจรรย์โลกใต้น้ำ  ดังนี้

ไฮไลต์ที่ 1. นิทรรศการประมง : จัดแสดงความมหัศจรรย์พันธุ์สัตว์น้ำกว่า 80 สายพันธุ์ ภายใต้คอนเซปต์ 7 สิ่งมหัศจรรย์โลกใต้น้ำ ประกอบด้วย 1. มหัศจรรย์กำเนิดชีวิต เช่น ฉลามกบ เป็นฉลามที่ออกลูกเป็นไข่ โดยจัดแสดงสเตจไข่ ซึ่งจะได้เห็นความมหัศจรรย์ของเปลือกไข่ หรือที่เรียกว่า กระเป๋านางเงือก ปลาหมอมาลาวี เลี้ยงลูกด้วยการอมลูกปลาไว้ในปากจนกว่าลูกจะแข็งแรง ปลาตะพัด ตัวเมียออกไข่ ตัวผู้จะอมไข่ไว้ในปากฟูมฟักจนกว่าลูกจะแข็งแรง (ประมาณ 1 เดือน) โดยระหว่างที่อมไข่จะไม่สามารถกินอาหารได้ จระเข้ มี “ฟันเจาะไข่” ช่วยเจาะเปลือกออกจากไข่หลังจากนั้นอวัยวะนี้ก็จะหายไป ฯลฯ

2. มหัศจรรย์ที่อยู่อาศัย เช่น ปลาหมอหอย กับพฤติกรรมสุดแปลกใช้เปลือกหอยเป็นบ้านไว้ผสมพันธุ์วางไข่เลี้ยงลูก ปูเสฉวนบกขาม่วง อาศัยอยู่ในเปลือกหอยและอยู่บนบกตลอดเวลา ฯลฯ  3. มหัศจรรย์สีสัน เช่น ปลาแมนดาริน สีสันเหมือนลายผ้าไหมหรือแพรชั้นดี จนดูคล้ายชุดขุนนางจีนโบราณ จึงถูกขนานนามว่า “มังกรน้อยแห่งพื้นทะเล” ปลากัดรวมสี รวมพลังสัตว์น้ำประจำชาติ ด้วยการโชว์สีสันสวยงามของปลากัดที่เกษตรกรไทยพัฒนาสายพันธุ์ ในแบบ “สวยสั่งสีได้”  แมงกะพรุนพระจันทร์ เยลลี่แห่งท้องทะเล ฯลฯ  4. มหัศจรรย์ในตัวตน สัตว์น้ำที่มีนิสัยเฉพาะตัว เช่น งูชายธงหลังดำ งูทะเลพิษร้ายแรง ติด 1 ใน 10 ของโลก ร้ายแรงกว่างูเห่า ล่าเหยื่อแบบหวังผล และ งูสมิงทะเลปากเหลือง พิษรุนแรงกว่างูหางกระดิ่ง 10 เท่า ฯลฯ                   

5. มหัศจรรย์แห่งการกิน เช่น กุ้งแรด มีก้ามพิเศษ เหมือนใบพัดเอาไว้ใช้ดักอาหาร ฯลฯ 6. มหัศจรรย์ทางกาย เช่น ปลากดกลับหัว หรือ up side down เป็นปลาที่ว่ายน้ำกลับหัว หงายท้องว่ายน้ำแบบตีกรรเชียง  ปลาใบมีดโกน ว่ายน้ำหัวทิ่มลง ลำตัวตั้งฉากกับพื้นตลอดเวลา หายากในธรรมชาติ แต่ปัจจุบันกรมประมงเพาะพันธุ์ได้แล้ว เต่าจมูกหมู หรือ เต่าบิน เต่าฟรายริเวอร์ มีจมูกเหมือนหมู และว่ายน้ำได้เก่งมาก ฯลฯ  7. มหัศจรรย์ศิลปะพรางตัว เช่น ปลากะรังหัวโขน ปลาทะเลโบราณพิษรุนแรงติดระดับโลก ลักษณะเหมือนก้อนหิน ปูแต่งตัวเม่นแต่งตัว แฟชั่นนิสต้าแห่งท้องทะเล กับพฤติกรรมสุดแปลกด้วยการหยิบวัสดุต่างๆ มาติดบนตัว ฯลฯ นอกจากนี้ ยังมีนิทรรศการสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม มหัศจรรย์อาหารสัตว์น้ำมีชีวิต นิทรรศการมาตรฐานสินค้าประมงไทยดังไกลระดับสากล นิทรรศการบันไดปลาเพื่อความยั่งยืนของทรัพยากร การประกวดวาดภาพระบายสี ในหัวข้อ “มหัศจรรย์โลกใต้น้ำ” ของนักเรียนในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้น ฯลฯ

ไฮไลต์ที่ 2 นิทรรศการทางการแพทย์ : คอนเซป Healthy Thai คนไทยสุขภาพดี ไฮไลต์ที่ 3 ประกวดปลาสวยงาม : ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี  ปีนี้จะมีการจัดประกวดปลาสวยงามมากถึง 7 ชนิด 75 ประเภท ได้แก่ ปลากัด ปลาหางนกยูง ปลาทอง ปลาหมอสี ปลาหมอครอสบรีด ปลาปอมปาดัวร์ และปลาเอเชียนอโรวาน่า โดยไฮไลต์เป็นการประกวด ปลากัดหางกุหลาบ ซึ่งมีหางที่แผ่ใหญ่ได้มุมกว้างเกิน 180 องศา เป็นปลากัดที่สวยงามชนิดหนึ่งของโลก ปลากัดหางขนนก ครีบหางที่มีฉากคล้ายขนนก ไฮไลต์ที่ 4 โชว์จระเข้ การกลับมาอีกครั้งของ “ไททั่น” จระเข้ยักษ์แห่งลุ่มน้ำ พร้อมการแสดงโชว์จับจระเข้ด้วยมือเปล่าสุดระทึก

ไฮไลต์ที่ 5 ปล่อยปลาออนไลน์ มหัศจรรย์การเกิดสู่แหล่งกำเนิด โดยมีการปล่อยสัตว์น้ำ 8 ชนิด 7 สถานที่ ได้แก่ ปลามังกร เขื่อนรัชชประภา จ.สุราษฎร์ธานี  ปลาม้า เขื่อนกระเสียว ปลายี่สกไทย  ริมน้ำวัดสิริเจริญเนินหม้อ จ.ราชบุรี ปลาตะโกก-ปลากระโห้ สระเก็บน้ำพระราม 9 จ.ปทุมธานี ปลาตะกรับ ชายหาด จ.สงขลา หอยชักตีน ท่าเทียบเรือบ้านคลองเคียน จ.พังงา ปลากะพงขาว ชายฝั่งทะเล จ.ระยอง

ไฮไลต์ที่ 6 สัมผัสโลกใต้น้ำ สนุกสนานไปกับมหัศจรรย์ Activity เสมือนจริงในโลกใต้น้ำขนาดยักษ์ในธีม Aquarium ผ่านเกม Saving Aqua ไฮไลต์ที่ 7 ลิขิตบนฝ่ามือ  ไฮไลท์ที่ 8 เสวนาพาเพลิน กิจกรรม Work Shop & Talk Show บนเวทีกลางในทุกวัน อาทิ เสวนา หมอคะ!! ปลาป่วยทำไงดี / เมนูมหัศจรรย์โลกใต้น้ำ / Workshop ถ่ายรูปปลาเทคนิคถ่ายภาพสร้างรายได้หลักล้าน / อร่อยฟิน..กินแล้วสวย กับเมนูสุขภาพจากสาหร่ายผักกาดทะเล / Workshop จัดตู้ไม้น้ำจิ๋ว แบบ New Normal / ประกวดเมนูจากกุ้งทะเลไทย ไปไกลสู่ครัวโลก และเกมชิงรางวัลอีกมากมาย ฯลฯ และไฮไลต์ที่ 9 Fisherman Shop @ น้อมเกล้า ยกร้านจำหน่ายสุดยอดผลิตภัณฑ์ประมงที่มีคุณภาพจาก 77 จังหวัดทั่วประเทศ มาจำหน่าย ร่วมสัมผัสความมหัศจรรย์โลกใต้น้ำที่จะพาทุกท่านอิ่มตาอิ่มใจ ในงาน “วันประมงน้อมเกล้าฯ” ครั้งที่ 33 ได้ ตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน-9 กรกฎาคม 2566 เวลา 10.00-20.00 น. ณ ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค ค่าบัตรผ่านประตูเพียง 20 บาท โดยรายได้ทั้งหมดในงานจะนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายสมทบทุนมูลนิธิจุฬาภรณ์