เมื่อวันที่ 7 ก.ค. ที่ศาลาประชาคมเขตหนองจอก นายชัชชาติ สิทธิพันธ์ุ ผู้ว่าฯกทม. พร้อมด้วย นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าฯกทม. นายณรงค์ เรืองศรี รองปลัดกทม. ผู้บริหารกทม. ผู้บริหารสำนักการระบายน้ำ สำนักพัฒนาสังคม สำนักการโยธา สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ผู้บริหารกลุ่มเขตกรุงเทพตะวันออก ผู้แทนกรมชลประทาน สมาชิกสภาเกษตรกร กทม. ผู้แทนเกษตรกร และผู้ที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือผลกระทบจากสถานการณ์เอลนีโญ ในพื้นที่ด้านตะวันออกของกรุงเทพฯ

นายชัชชาติ กล่าวว่า เนื่องจากคาดว่าในปีนี้จะมีปริมาณน้ำในฤดูฝนน้อยกว่าค่าปกติประมาณร้อยละ 5 และจะประสบกับภาวะฝนทิ้งช่วง ตั้งแต่กลางเดือนมิถุนายน ถึงกลางเดือนกรกฎาคม โดยสำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร ร่วมกับกรมชลประทาน ได้หารือถึงแนวทางในการรับมือกับภัยแล้ง จากปรากฏการณ์เอลนีโญ โดยมีการเตรียมเครื่องสูบน้ำชนิดเครื่องยนต์ดีเซลจำนวน 25 เครื่อง รถยกขนาด 15 ตันจำนวน 5 คัน รถบรรทุกน้ำ 6 ลูกบาศก์เมตร จำนวน 4 คัน การตรวจคุณภาพน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาและตามลำคลองต่างๆ มีรถบรรทุกระบบผลิตน้ำสะอาดจำนวน 4 คัน และมีน้ำที่ผ่านการปฏิบัติจากกรมควบคุมคุณภาพน้ำของสำนักงานระบายน้ำแจกจ่าย 830,000 ลูกบาศก์เมตร
ในด้านการเกษตรได้มีการประชาสัมพันธ์ แจ้งเตือนภัยแล้งให้กับเกษตรกร ของกรุงเทพมหานครและหน่วยงานภาคีเครือข่าย มีการประชาสัมพันธ์การเปิด-ปิดประตูระบายน้ำให้กับเกษตรกรได้ทราบอย่างสม่ำเสมอ มีการส่งเสริมการปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อย ในช่วงที่น้ำไม่เพียงพอต่อการปลูกข้าว เช่น แตงโม ถั่วเขียว เน้นการปลูกพืชอายุสั้นที่ไม่ได้มีรับผลกระทบมากนักต่อสถานการณ์ความแห้งแล้ง
นายชัชชาติ กล่าวต่อไปว่า หลังจากได้รับทราบจากที่ประชุม ปริมาณน้ำฝนในกรุงเทพฯ จะต่ำกว่าเกณฑ์เฉลี่ย แต่ได้รับทราบว่าปริมาณน้ำในเขื่อนต่าง ๆ ยังพอมีอยู่ทำให้คลายความกังวลลงไปได้บ้าง แต่ก็ไม่ได้ประมาทและมีข้อสั่งการในการรับมือกับภัยแล้ง ผ่านการหารือกับหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้อง และเน้นย้ำให้การประสานงานระหว่างสำนักงานระบายน้ำกรุงเทพมหานคร กับกรมชลประทานสอดคล้องเป็นเนื้อเดียวกัน ผ่านการมีศูนย์ประสานงานร่วมระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยให้สำนักงานเขตหนองจอกเป็นเจ้าภาพ ในการจัดตั้งจุดทำงานร่วมกัน เพื่อให้การแก้ไขปัญหากับประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็ว
ทั้งนี้ สำหรับข้อสั่งการได้แก่ 1. มอบหมายสำนักการระบายน้ำและกรมชลประทานประสานงานกันอย่างเข้มข้น ทั้งด้านการพยากรณ์ การเตรียมรับมือทั้งภัยแล้งและภัยน้ำท่วม รวมทั้งการอัพเดทวิธีการระบายน้ำ เนื่องจากแผนที่ของกรมชลประทานและสำนักการระบายน้ำมีข้อขัดแย้งกัน ทางสำนักการระบายน้ำเน้นป้องกันน้ำท่วม ด้านกรมชลประทานเน้นเรื่องเกษตรกรรม เป็นคนละบทบาท หลังจากนี้ต้องเป็นเนื้อเดียวกันให้ได้

2 .จัดตั้งศูนย์ประสานงานร่วมระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อสามารถตอบ แก้ปัญหาให้กับประชาชนได้อย่างรวดเร็ว มอบหมายสำนักงานเขตหนองจอกเป็นเจ้าภาพและเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งเกษตรกร สำนักระบายน้ำ กรมชลประทาน มาตั้งเป็นศูนย์ทำงานร่วมกันเพื่อให้ข้อมูลกับประชาชนได้อย่างรวดเร็ว
3.ในพื้นที่เกษตรกรรม เกษตรกรจะมีข้อมูลที่เกี่ยวกับเรื่องน้ำเยอะก็ให้รับฟังความคิดเห็นของเกษตรกรและนำไปปรับปรุง เช่น มีจุดที่อยากจะให้มีการสูบน้ำจากคลองแสนแสบมาเป็นน้ำต้นทุนในการทำเกษตร แต่ว่าเครื่องปั้มน้ำไปไม่ถึงเรื่องนี้ต้องไปดู หรือคลองบางคลองที่อาจจะมีการเน่าเสีย มีการขุดลอกที่ไม่พอเพียง รวมทั้งการบริหารจัดการทำนบน้ำ
4. การให้ข้อมูลเกษตรกรรมแก่เกษตรกร เช่น เรื่องการปลูก การหว่านเมื่อไหร่ ให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำที่เกิดขึ้นรวมทั้งการทำเกษตรทดแทน การปลูกพืชหน้าแล้ง เช่น แตงโม แคนตาลูป ซึ่งก็ได้ราคาดี แต่อาจจะมีปัญหาเรื่องการตลาด ดังนั้นทางกรุงเทพมหานครก็ต้องช่วยเร่งในเรื่องการหาตลาดให้กับพี่น้องเกษตรกร.



