สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 10 ก.ค. ว่า กลุ่มด้านมนุษยธรรมหลายกลุ่ม ประณามอย่างรุนแรงต่อการตัดสินใจของสหรัฐ ที่จะส่งมอบคลัสเตอร์บอมบ์ให้ยูเครน ซึ่งมันอาจไม่มีการระเบิด และเป็นอันตรายต่อพลเมืองในอีกหลายปีข้างหน้า
Cambodian PM Hun Sen urges Ukraine not to use US cluster bombs https://t.co/XK2uoyCl88 pic.twitter.com/denfG5YKo3
— CNA (@ChannelNewsAsia) July 9, 2023
ด้านสมเด็จฮุน เซน ทวีตว่า มันจะเป็นอันตรายร้ายแรงสำหรับชาวยูเครนไปนานหลายปี หรือหลายร้อยปี หากมีการใช้ระเบิดดาวกระจายในพื้นที่บางส่วนของยูเครน ซึ่งรัสเซียทำการยึดครอง โดยเขากล่าวถึง “ประสบการณ์อันเจ็บปวด” ของกัมพูชา จากการทิ้งคลัสเตอร์บอมบ์ของสหรัฐ ในช่วงต้นทศวรรษที่ 1970 ซึ่งเป็นมรดกจากต่างประเทศ ที่ทำให้ประชาชนหลายหมื่นคนพิการ หรือเสียชีวิต
“ในฐานะที่ผมสงสารชาวยูเครน ผมขอเรียกร้องให้ประธานาธิบดีสหรัฐ ซึ่งเป็นผู้จัดส่ง และประธานาธิบดียูเครน ซึ่งผู้รับ ไม่ใช้คลัสเตอร์บอมบ์ในสงคราม เพราะเหยื่อที่แท้จริง คือ ชาวยูเครน” สมเด็จฮุน เซน กล่าวเพิ่มเติม
ប៉ុន្មានថ្ងៃមកនេះមានការផ្សាយព័ត៌មាន
— Hun Sen (@hunsencambodia) July 9, 2023
យ៉ាងច្រើនថាសហរដ្ឋអាមេរិកនឹងផ្តល់
គ្រាប់បែកចង្កោមឲ្យទៅអ៊ុយក្រែនដើម្បី
ប្រយុទ្ធជាមួយកងទ័ពរុស្សុី។… pic.twitter.com/npdoWMGOrv
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลวอชิงตันระบุว่า ได้รับการรับรองจากรัฐบาลเคียฟว่า ทางการยูเครนจะพยายามลดความเสี่ยงต่อพลเรือนให้เหลือน้อยที่สุด ขณะที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ ยอมรับว่า การจัดส่งอาวุธประเภทนี้ให้ยูเครน ถือเป็น “การตัดสินใจที่ยากลำบาก”
ทั้งนี้ สหรัฐเคยทิ้งระเบิดหลายล้านลูกใส่กัมพูชาและลาว ระหว่างสงครามเวียดนาม ในช่วงทศวรรษที่ 1960 และ 1970 เพื่อพยายามโจมตีฐานของพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม หลังจากสงครามกลางเมืองที่ยาวนานถึง 30 ปี ยุติลงเมื่อปี 2541 กัมพูชากลายเป็นหนึ่งในประเทศที่มีทุ่นระเบิดจำนวนมากที่สุดในโลก และมีชาวกัมพูชาราว 20,000 คน เสียชีวิตจากการเหยียบกับระเบิดเหล่านี้ ในช่วง 40 ปีที่ผ่านมา.
เครดิตภาพ : AFP



