สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงทาชเคนต์ ประเทศอุซเบกิสถาน เมื่อวันที่ 10 ก.ค. ว่าผลอย่างไม่เป็นทางการ ของการเลือกตั้งประธานาธิบดีอุซเบกิสถาน ซึ่งมีขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ปรากฏว่า ประธานาธิบดี ชัฟคัต มีร์ซีโยเยฟ ผู้นำคนปัจจุบัน วัย 65 ปี ชนะการเลือกตั้ง ด้วยคะแนนเสียงสนับสนุนล้นหลาม 87% เตรียมอยู่ในวาระต่อเป็นสมัยที่สาม


การเลือกตั้งผู้นำอุซเบกิสถานครั้งนี้เกิดขึ้น หลังการลงประชามติของประชาชน เมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา รับรองการขยายวาระของผู้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี จาก 5 ปี ให้เป็น 7 ปี ซึ่งทุกฝ่ายวิเคราะห์ว่า การลงประชามติครั้งนี้ คือ “การสร้างความชอบธรรม” ให้กับมีร์ซีโยเยฟ ให้สามารถดำรงตำแหน่งได้อีกอย่างน้อยสองวาระ เท่ากับว่า มีร์ซีโยเยฟจะสามารถอยู่ในฐานะประมุขของอุซเบกิสถานได้จนถึงปี 2573


ทั้งนี้ มีร์ซีโยเยฟ ขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำสมัยแรก เมื่อปี 2559 หลังการถึงแก่อสัญกรรมของผู้นำคนแรก คือ ประธานาธิบดีอิสลาม คาริมอฟ ซึ่งปกครองประเทศเพียงคนเดียวนานต่อเนื่อง 25 ปี

ชายคนหนึ่งยืนอ่านประวัติของผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี ที่คูหาแห่งหนึ่ง ในกรุงทาชเคนต์ ประเทอุซเบกิสสถาน เมื่อวันที่ 9 ก.ค. 2566


รัฐบาลอุซเบกิสถานยืนยันว่า การลงประชามติและการเลือกตั้งครั้งนี้ ที่เกิดขึ้นก่อนกำหนด เป็นไปเพื่อ “ยกระดับหลักธรรมาภิบาล และคุณภาพชีวิตของประชาชน” แต่เป็นที่ทราบกันดีว่า ประชากกรราว 35 ล้านคนในอุซเบกิสถาน หนึ่งในประเทศอดีตสหภาพโซเวียต ซึ่งไม่มีทางออกสู่ทะเลโดยตรงแห่งนี้ อยู่ภายใต้การจำกัดสิทธิและเสรีภาพมานานหลายทศวรรษ


แม้สถานการณ์ดีขึ้นในยุคของมีร์ซีโยเยฟ แต่หลายฝ่ายให้ความเห็นไปในทางเดียวกัน ว่าอุซเบกิสถานยังต้องพัฒนาสิทธิมนุษยชนอีกมาก และในการเลือกตั้งครั้งนี้ ค่อนข้างชัดเจนว่า “ไม่มีฝ่ายค้าน”.

เครดิตภาพ : AFP