สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 11 ก.ค. ว่า องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (ดับเบิลยูเอ็มโอ) รายงานว่า อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกสูงเป็นประวัติการณ์ 17.24 องศาเซลเซียส เมื่อวันศุกร์ที่ 7 ก.ค. ที่ผ่านมา ทำลายสถิติ 16.94 องศาเซลเซียส ซึ่งวัดได้เมื่อวันที่ 16 ส.ค. 2559
ทั้งนี้ สัปดาห์ที่แล้วถือเป็นช่วงเวลา 7 วัน ซึ่งโลกมีอุณหภูมิสูงสุด หลังเพิ่งผ่านพ้นเดือน มิ.ย. ซึ่งมีสถิติอุณหภูมิร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ โดยเป็นผลจากปรากฏการณ์เอลนีโญ ที่เกิดขึ้นแล้วเป็นครั้งแรกในรอบ 7 ปี และเอ็นดับเบิลยูโอคาดการณ์ระยะเวลาของเอลนีโญครั้งนี้ จะดำเนินไปจนถึงปี 2567
#StateOfClimate: "The first week of July could be considered as the warmest period or the warmest week ever recorded.????️
— United Nations Geneva (@UNGeneva) July 10, 2023
We can expect much higher temperatures from the #ElNino around October & November time." — Omar Baddour & @DrMikeSparrow from @WMO ⬇️https://t.co/0wdskHo6Eu pic.twitter.com/kWSjEMopCV
สำหรับอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกเมื่อเดือนที่แล้ว สูงกว่าค่าเฉลี่นระหว่างปี 2534-2563 ประมาณ 0.5 องศาเซลเซียส ตามรายงานของดับเบิลยูเอ็มโอ โดยอุณหภูมิในภูมิภาคทางตะวันตกเฉียงเหนือของทวีปยุโรป เพิ่มสูงขึ้นมากที่สุด
The world just had the hottest week on record, according to preliminary data. It follows the hottest June on record, with unprecedented sea surface temperatures and record-low Antarctic sea ice extent. #StateOfClimate
— World Meteorological Organization (@WMO) July 10, 2023
???? https://t.co/NbYM6Nllii pic.twitter.com/5Vaw3ISs8A
นอกจากนี้ อุณหภูมิของผิวน้ำทะเลโลก เมื่อเดือน พ.ค. และ มิ.ย. ที่ผ่านมา เพิ่มสูงเป็นประวัติการณ์เช่นกัน ซึ่งดับเบิลยูเอ็มโอเตือนว่า จะส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของสัตว์ทะเล และสภาพอากาศรอบบริเวณ.
เครดิตภาพ : AFP



