เมื่อวันที่ 12 ก.ค. นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย (มท.) เผยว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีความปรารถนาดีและความรัก ความห่วงใยต่อพสกนิกรชาวไทยในการศึกษาเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมสำคัญของชาติ เพื่อให้เกิดการถ่ายทอดศิลปวัฒนธรรมล้ำค่าของแผ่นดินไทยให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ด้วย “ทรงปรารถนาให้มีการแสดงโขนพระราชทานให้ประชาชนในทุกจังหวัดได้รับชม” เพราะทรงเล็งเห็นว่าประชาชนในต่างจังหวัดจะไม่มีโอกาสได้ชมโขนสดเหมือนประชาชนในกรุงเทพมหานคร โดยเมื่อวันที่ 11 ก.ค.ที่ผ่านมา เวลา 18.00 น. ที่สนามหน้าเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ตนพร้อมด้วย ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย เป็นประธานแถลงข่าวการจัดการแสดงโขนพระราชทาน จังหวัดนครศรีธรรมราช ประจำปี 66 ตอน “หนุมานชาญกำแหง” แสดงโดยคณะนักแสดงจากโรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง โดยมีนางนฤมล ล้อมทอง กรรมการผู้จัดการโรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง ดร.กณพ เกตุชาติ นายกเทศมนตรีนครนครศรีธรรมราช นายขวัญชัย รอดมณี นายกเทศมนตรีเมืองปากพนัง นายธนคม เจริญฤทธิ์ รองนายกเทศมนตรีเมืองทุ่งสง นางโนรี ฤทธิโชติ รองนายกเทศมนตรีเมืองปากพูน หัวหน้าส่วนราชการ ประชาชนและสื่อมวลชน ร่วมในงาน
นายสุทธิพงษ์ กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชปณิธานที่แน่วแน่ในการทรงสืบสาน รักษา และต่อยอด พระราชปณิธานในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีหลวง เพื่อที่จะให้การแสดงโขนเป็นสิ่งที่จะแสดงภูมิปัญญาของชาติไทย ความเป็นอัตลักษณ์ของภูมิปัญญาไทย ทั้งเรื่องการแสดงโขนที่เป็นแบบดั้งเดิมที่พวกเราจะมีโอกาสได้ชมกันในวันที่ 22-23 ก.ค. 66 และการต่อยอดการแสดงโขนผ่านโขนภาพยนตร์ HANUMAN White Monkey อันเป็นก้าวแรกของวิวัฒนาการการแสดงโขนยุคใหม่ในประเทศไทยที่เกิดขึ้นด้วยพระมหากรุณาธิคุณที่ทำให้พวกเราได้ร่วมรับชมกันทั่วประเทศแล้ว ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนแสดงให้เห็นอย่างชัดแจ้งแล้วว่า พระองค์ทรงมุ่งมั่นที่จะทำให้เกิดการต่อยอดศิลปวัฒนธรรมการแสดงชั้นสูงของชาติเพื่อทำให้เกิดแรงบันดาลใจ ทำให้เด็กอยากที่จะสืบสาน รักษาศิลปวัฒนธรรมไทยแขนงต่างๆ ที่เป็นองค์ประกอบของการแสดงโขนทั้งเรื่องดนตรี เครื่องแต่งกาย ท่วงท่าร่ายรำให้คงอยู่

“การที่พระองค์ได้พระราชทานให้โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุงได้นำโขน ตอน หนุมานชาญกำแหง มาแสดงที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ถือเป็นความโชคดีของพี่น้องชาวนครศรีธรรมราช เป็นโชคดีของคนนครศรีธรรมราช เพราะถ้าพลาดการแสดงในครั้งนี้ ต้องรอถึงอีก 20 ปีถึงจะได้รับชมอีก ทั้งนี้ การแสดงโขนยังทำให้เกิดการดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศในจังหวัดใกล้เคียงและทั่วประเทศเดินทางมาที่นครศรีธรรมราช ซึ่งทุกคนก็จะได้มาใช้เงินในการจับจ่ายใช้สอย เช่าที่พัก ซื้ออาหารการกิน ซื้อของฝาก กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก และเศรษฐกิจภาพรวมของจังหวัดนครศรีธรรมราชอีกด้วย และประการสำคัญที่สุด โขนยังสอนให้คนเป็นคนดี เป็นผู้มีความกตัญญูกตเวที มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ และตระหนักถึงความสำคัญของความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ สะท้อนถ่ายทอดความงดงามทางวรรณศิลป์ นาฏกรรม ดนตรี เครื่องแต่งกายให้คงอยู่คู่สังคมไทย และท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราชได้เตรียมการแสดงหน้าม่าน การแสดงโนรา ซึ่งเป็นศิลปวัฒนธรรมสำคัญของชาวปักษ์ใต้ เพื่อที่จะแสดงหน้าม่านเบิกโรงอีกด้วย” นายสุทธิพงษ์ กล่าว
นายสุทธิพงษ์ กล่าวว่า การที่ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้รับความร่วมมือจากท่านนายกเทศมนตรีทั้ง 4 แห่งของ จ.นครศรีธรรมราช ตลอดจนภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ในการจัดการแสดงโขนพระราชทานในปีนี้นั้น ถือได้ว่าท่านได้มีโอกาสในการที่จะสนองพระราชปณิธานในการสืบสาน รักษา และต่อยอด การแสดงโขน และยังเป็นการเปิดโอกาสทำให้พี่น้องใน จ.นครศรีธรรมราช และจังหวัดใกล้เคียงได้มาชื่นชมการแสดงโขนใน จ.นครศรีธรรมราช อันเป็นการช่วยอนุรักษ์ สืบสานประเพณีวัฒนธรรมที่สำคัญที่มีอยู่ในโขนที่ล้วนแล้วแต่เป็นศิลปะชั้นสูงชั้นเลิศ ให้มาปรากฏอยู่ ณ มหานครแห่งศรัทธา มหานครปักษ์ใต้ จ.นครศรีธรรมราช ระหว่างวันที่ 22-23 ก.ค. 66 ในเดือนแห่งมหามงคลวันพระบรมราชสมภพ จึงยิ่งเป็นกิจกรรมแห่งมิ่งมงคลของพี่น้องชาวนครศรีธรรมราช เป็นอย่างยิ่ง

ดร.วันดี กล่าวว่า โขนได้ปรากฏเป็นที่ประจักษ์ในสากล เป็น Soft Power ของโลก เพราะเมื่อวันที่ 29 พ.ย. 62 องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ได้ประกาศรับรองให้โขนไทย (Khon, masked dance drama in Thailand) เป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ (Intangible Heritage) ของมวลมนุษยชาติ และโนราที่ทางจังหวัดจะจัดแสดงรำโนราเบิกโรงอันเป็นพิธีกรรมและศิลปะการแสดงพื้นบ้านที่ผูกพันกับวัฒนธรรมและวิถีชีวิตผู้คนในภาคใต้ ก็เป็นวัฒนธรรมที่ UNESCO ได้ประกาศรับรองเป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ (Intangible Heritage) ของมวลมนุษยชาติ เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. 64 ดังนั้นผู้ที่จะมารับชมการแสดงโขนพระราชทาน จะได้สัมผัสถึงกลิ่นไอของศิลปะวัฒนธรรมอันล้ำค่าของโลกใบนี้ถึง 2 ศิลปวัฒนธรรม คือ โขน และโนรา
“ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนชาวนครศรีธรรมราช และ 14 จังหวัดภาคใต้ ร่วมชมการแสดงโขนพระราชทาน ตอน หนุมานชาญกำแหง 22-23 ก.ค. 66 เวลา 19.00 น. ณ สนามหน้าเมือง นครศรีธรรมราช โดยไม่มีค่าใช้จ่าย” ดร.วันดี กล่าว
นายอภินันท์ กล่าวว่า พสกนิกรชาวนครศรีธรรมราช ต่างล้วนสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณในครั้งนี้อย่างหาที่สุดมิได้ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานโขนพระราชทานให้กับพี่น้องชาวนครศรีธรรมราช ซึ่งพวกเราทุกคนต่างตื่นเต้นและดีใจ และประชุมซักซ้อมกันหลายครั้งเพื่อที่จะจัดกิจกรรมนี้ให้ยิ่งใหญ่ สมพระเกียรติ และอยากให้ทุกภาคส่วนมารับชมอย่างเต็มที่ โดยตลอด 2 วัน เราจัดเวทีที่ใหญ่เกือบเต็มสนามหน้าเมือง รอบละ 8,000 ที่นั่ง ด้วยวัตถุประสงค์ 4 ประการ คือ ประการที่ 1 เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 ก.ค. 66 ประการที่ 2 เพื่อยกระดับความเป็นอารยธรรม ความเป็นศิลปินของชาวนครศรีธรรมราช เพราะจ.นครศรีธรรมราชมีความเก่าแก่ถึง 1,800 ปี ผ่านการเป็นอาณาจักรมา 2 รอบ คือ อาณาจักรศรีวิชัยและอาณาจักรตามพรลิงค์ มีความเป็นศิลปินที่หลากหลายด้าน ซึ่งโขนพระราชทานจะมายกระดับอารยธรรมของเราให้สูงขึ้น ประการที่ 3 เพื่อให้โอกาสพี่น้องประชาชนทั้งชาวนครศรีธรรมราชกว่า 1,500,000 คน และพี่น้องจังหวัดใกล้เคียง ได้ร่วมรับชมโขนที่เป็นศิลปะการแสดงชั้นสูง และประการที่ 4 เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวจ.นครศรีธรรมราช ดังแนวความคิด “มานะ มานครฯ มาหาศรัทธา” เราจะจัดกิจกรรมนี้ให้ยิ่งใหญ่ที่สุดให้สมพระเกียรติที่สุด

นางนฤมล กล่าวว่า โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง ได้รับพระมหากรุณาธิคุณก่อตั้งในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จึงได้รับการสืบสาน รักษา และต่อยอด โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทำให้ในปัจจุบันโรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง ยังคงเป็นสถานที่ที่มีความสำคัญในการเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมอันล้ำค่าของประเทศ ด้วยพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
“การแสดงโขนพระราชทาน จ.นครศรีธรรมราช เรื่อง รามเกียรติ์ ชุดหนุมานชาญกำแหง แสดงโดยคณะนักแสดงจากโรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง ควบคุมการแสดงโดย รศ.ศุภชัย จันทร์สุวรรณ์ (ศิลปินแห่งชาติ) กำกับการแสดงอาจารย์เฉลิมศักด์ ปัญญวัตวงศ์ บรรเลงดนตรีไทยโดยวงโรหิตาจล จับตอนตั้งแต่กำเนิดหนุมาน จนได้เป็นข้าทหารของพระราม ช่วยพระรามรบกับทศกัณฐ์จนชนะ และได้รับประทานสมญาศักดิ์เป็นพระยาอนุชิตจักรกฤษณ์พิพรรธพงศาครองเมืองนพบุรี ซึ่งโขนศาลาเฉลิมกรุง เป็นคณะโขนที่ได้คัดเลือกนักแสดงกว่า 100 คน ที่ได้รับการฝึกฝนนาฏศิลป์ชั้นสูงของไทย จากหลากหลายสถาบันเข้าร่วมแสดง โดยรักษาอัตลักษณ์แห่งโขนไว้อย่างครบถ้วน ทั้งด้านขนบจารีตในการแสดงและพิธีกรรมที่เกี่ยวเนื่อง (Authenticity) คุณค่าแห่งศิลปะชั้นสูงอันเป็นส่วนหนึ่งของมรดกไทย (Thai Heritage) และความเป็นมหรสพเพื่อความบันเทิง (Entertainment) ธำรงไว้ซึ่งความงดงามตามจารีตดั้งเดิม ทั้งลีลาและท่วงท่าการแสดงล้วนเน้นความประณีตอ่อนช้อย การแสดงมีกระบวนท่าที่สวยงาม รวดเร็ว กระชับ ดนตรีไทยบรรเลงสดโดยวงโรหิตาจล ถ่ายทอดผ่านการแสดงอันวิจิตรงดงาม ดำเนินเรื่องด้วยการพากย์และเพลงหน้าพาทย์แบบโบราณ เรื่องราวสั้นกระชับด้วยการพากย์เจรจา ชมท่วงท่าความสง่างามของกระบวนทัพของพระรามและทศกัณฐ์ และสนุกสนานตื่นเต้นไปกับลีลากระบวนท่าของลิง ที่หาชมยากยิ่งในปัจจุบัน นอกจากผู้ชมจะได้รับชมวิจิตรงดงามของกระบวนทัพพระรามกับทศกัณฐ์แล้ว ยังจะได้รับความสนุกสนานตื่นเต้นไปกับลีลากระบวนท่าของลิงที่หาชมยากยิ่ง นอกจากนี้ยังแฝงข้อคิดมากมายผ่านตัวละครหนุมาน ที่เปรียบเสมือนเป็นผู้แทนของข้าราชบริพารที่มีความจงรักภักดีต่อพระราชา มีความกตัญญู ซื่อสัตย์และรับผิดชอบต่อหน้าที่ ที่ต้องพึงปฏิบัติ โดยเปิดให้ประชาชนที่สนใจเข้าชมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย” นางนฤมล กล่าว
ดร.กณพ กล่าวว่า ทุกภาคีเครือข่ายของ จ.นครศรีธรรมราช สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดไม่ได้ในโอกาสที่ได้รับพระราชทานในครั้งนี้ โดย “สนามหน้าเมือง” แห่งนี้เป็นสถานที่ประวัติศาสตร์ของจ,นครศรีธรรมราช ตั้งอยู่ด้านหน้าของกำแพงเมือง ซึ่งในอดีตคนต้องมาแวะค้างที่บริเวณนี้ก่อนเข้าเมือง และจะชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมตั้งแต่ครั้งโบราณ และการแสดงศิลปะชั้นสูงแต่กลับมาแสดงในสถานที่นี้อีกครั้ง โดยเทศบาลนครนครศรีธรรมราช จะอำนวยความสะดวกด้านสถานที่และการส่งเสริมให้เด็ก เยาวชน นักเรียนโรงเรียนในสังกัดเทศบาลนครนครศรีธรรมราช มารับชมรอบละ 30,000 คน
นายขวัญชัย กล่าวว่า การแสดงโขนเป็นศิลปะชั้นสูง ที่หาชมได้ยาก จึงขอเชิญชวนพี่น้องชาวนครศรีธรรมราชและจังหวัดใกล้เคียงมาร่วมชมกันให้มากที่สุด เพื่อที่จะรักษาศิลปวัฒนธรรมชั้นสูงนี้ให้คงอยู่มากที่สุด โดยเทศบาลเมืองปากพนังสนับสนุนด้านสถานที่อย่างเต็มกำลัง
นายธนคม กล่าวว่า เทศบาลเมืองทุ่งสงมีความเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมสนับสนุนการจัดงานโขนพระราชทานครั้งยิ่งใหญ่ในครั้งนี้ ด้วยการสนับสนุนด้านน้ำดื่มและอาหารให้กับนักแสดง ตลอดการแสดง
นางโนรี กล่าวว่า ตนรู้สึกซาบซึ้งใจอย่างมากที่ จ.นครศรีธรรมราช ได้รับพระมหากรุณาธิคุณให้มีการแสดงโขนพระราชทาน โดยเมื่อได้รับทราบเรื่องจากทางจังหวัด จึงได้ให้สถานีวิทยุของเทศบาลและทุกช่องทางได้สร้างการรับรู้และประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนในท้องถิ่นได้ทราบและมาร่วมรับชม และเทศบาลฯ ยังได้ร่วมสนับสนุนการจัดพิธีบวงสรวง รวมทั้งได้จัดเตรียมของที่ระลึกเป็นภาพแกะหนังตะลุงเพื่อมอบเป็นของที่ระลึก โดยเราพร้อมที่จะดูแลและเชิดชูโขนให้ดำรงอยู่คู่กับประเทศไทยตลอดไป.



