เมื่อวันที่ 9 ก.ย.รายงานข่าวจากพรรคพลังประชารัฐ​ (พปชร.) ว่า หลังจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจเหมือนสถานการณ์จะเรียบร้อยและการเคลียร์ใจจะจบลงด้วยดี แต่ปรากฏว่าเมื่อวันที่ 6 ก.ย. ที่ผ่านมา ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีต รมช.เกษตรและสหกรณ์ และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้เดินทางเข้ามูลนิธิป่ารอยต่อฯ เพื่อแสดงความประสงค์ลาออก แต่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรค ซึ่ง​ พล.อ.ประวิตรได้ยับยั้งและบอกว่า “ทุกอย่างจบแล้ว เคลียร์แล้ว ไม่ต้องออก”

ขณะเดียวกันในการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 7 ก.ย. ที่ผ่านมา ก็มีกระแสข่าวว่า ร.อ.ธรรมนัส อาจจะขอลาออกกลางที่ประชุม โดยเหตุผลที่ ร.อ.ธรรมนัส พยายามจะขอลาออกจากตำแหน่งก่อนนั้น เนื่องจากมีการคาดการณ์ว่า หลังจากปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ อาจส่งผลให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ปลดออกจากตำแหน่งเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตามเมื่อวันที่ 9 ก.ย. ร.อ.ธรรมนัส ได้แถลงลาออกที่รัฐสภา ซึ่งในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่พระบรมราชโองการ ประกาศให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรี ซึ่งส่งผลให้​ ร.อ.ธรรมนัส และ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมช.แรงงาน พ้นจากตำแหน่ง

นอกจากนี้มีรายงานข่าวอีกว่า หลังจากการลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจเมื่อวันที่ 4 ก.ย.2564 นายกรัฐมนตรีได้รับคะแนนไว้วางใจรองบ๊วย และมีคะแนนไม่ไว้วางใจมากที่สุด พล.อ.ประยุทธ์ ปรารภกับคนใกล้ชิดว่า “มีคนหักหลังให้ไปดูหน่อย”

ในส่วนของพรรคพลังประชารัฐ ยังต้องจับตาดูความเคลื่อนไหวเช่นเดียวกัน เนื่องจาก​ ร.อ.ธรรมนัส แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนตอนหนึ่งว่าจะขอเลือกเส้นทางเดินใหม่ และอาจจะสร้างบ้านหลังใหม่ ทำให้ต้องติดตามดูความเปลี่ยนแปลงภายใน พปชร.ที่อาจทำให้มีการปรับโครงสร้างกรรมการบริหารพรรคครั้งใหญ่หรือไม่ โดยเฉพาะตำแหน่งเลขาธิการพรรค ที่ก่อนหน้านี้มีชื่อของนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ปรากฏชื่อเป็นแคนดิเดตเลขาธิการพรรคมาแล้วถึง 2 ครั้ง โดยในช่วงอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ นายสันติได้แยกตัวออกจาก “กลุ่ม 4 ช.” และประกาศตัวสนับสนุนนายกรัฐมนตรีอย่างชัดเจน