สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงแบกแดด ประเทศอิรัก เมื่อวันที่ 22 ก.ค. ว่ากระทรวงการต่างประเทศสวีเดนออกแถลงการณ์ เรื่องการโอนย้ายภารกิจการทูตทั้งหมดในอิรัก กลับมาที่กระทรวงการต่างประเทศในกรุงสตอกโฮล์ม เนื่องจากสถานการณ์รุนแรงและไม่ปลอดภัย โดยระบุด้วยว่า เจ้าหน้าที่การทูตทั้งหมดได้รับการอพยพล่วงหน้าแล้ว


ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของรัฐบาลสตอกโฮล์มเกิดขึ้น หลังอิรักเนรเทศเอกอัครราชทูตสวีเดน และเรียกตัวอุปทูตประจำกรุงสตอกโฮล์มกลับประเทศ เพื่อประท้วงการที่ตำรวจสวีเดนอนุญาต ให้นายซัลวาน โมมิกา ผู้ลี้ภัยชาวอิรัก จัดการประท้วงเดี่ยวหน้าสถานเอกอัครราชทูตอิรักประจำกรุงสตอกโฮล์ม เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา แม้โมมิกา วัย 37 ปี ไม่ได้เผาพระคัมภีร์ แต่ใช้วิธีเหยียบและเตะแทน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังคงสร้างแรงกระเพื่อมอย่างหนักไปทั้งโลกมุสลิม


ทั้งนี้ทั้งนั้น รัฐบาลอิรักประณาม การที่ผู้ประท้วงหลายร้อยคนบุกรุกเข้าไปภายในสถานเอกอัครราชทูตสวีเดน แล้วจุดไฟเผาทำลายทรัพย์สิน ซึ่งตำรวจจับกุมผู้ก่อความไม่สงบได้จำนวนหนึ่งด้วย


อีกด้านหนึ่ง กระทรวงการต่างประเทศซาอุดีอาระเบียออกแถลงการณ์ เรียกร้องสวีเดนยุติ “การดำเนินการอันน่ารังเกียจ” ด้วยการอนุญาตให้โมมิกาประท้วงหมิ่นศาสนา โดยใช้เรื่องสิทธิและเสรีภาพในการแสดงความเห็น “เป็นข้ออ้าง”


ส่วนกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านออกแถลงการณ์ ไม่รับรองเอกอัครราชทูตสวีเดนคนใหม่ และจะไม่ส่งเอกอัครราชทูตอิหร่านคนใหม่ไปประจำการที่สวีเดน จนกว่ารัฐบาลสตอกโฮล์มจะสามารถดำเนินการอย่างจริงจัง เพื่อป้องปรามการสร้างความเสื่อมเสียให้กับพระคัมภีร์.

เครดิตภาพ : AFP