สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงแบกแดด ประเทศอิรัก เมื่อวันที่ 22 ก.ค. ว่ากระทรวงการต่างประเทศสวีเดนออกแถลงการณ์ เรื่องการโอนย้ายภารกิจการทูตทั้งหมดในอิรัก กลับมาที่กระทรวงการต่างประเทศในกรุงสตอกโฮล์ม เนื่องจากสถานการณ์รุนแรงและไม่ปลอดภัย โดยระบุด้วยว่า เจ้าหน้าที่การทูตทั้งหมดได้รับการอพยพล่วงหน้าแล้ว
Large crowds in Iran, Iraq and Lebanon gathered after Friday prayers to protest Sweden granting permission for demonstrations that desecrate the Quran ⤵️ pic.twitter.com/J7xjWL4B8k
— Al Jazeera English (@AJEnglish) July 21, 2023
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของรัฐบาลสตอกโฮล์มเกิดขึ้น หลังอิรักเนรเทศเอกอัครราชทูตสวีเดน และเรียกตัวอุปทูตประจำกรุงสตอกโฮล์มกลับประเทศ เพื่อประท้วงการที่ตำรวจสวีเดนอนุญาต ให้นายซัลวาน โมมิกา ผู้ลี้ภัยชาวอิรัก จัดการประท้วงเดี่ยวหน้าสถานเอกอัครราชทูตอิรักประจำกรุงสตอกโฮล์ม เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา แม้โมมิกา วัย 37 ปี ไม่ได้เผาพระคัมภีร์ แต่ใช้วิธีเหยียบและเตะแทน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังคงสร้างแรงกระเพื่อมอย่างหนักไปทั้งโลกมุสลิม
ทั้งนี้ทั้งนั้น รัฐบาลอิรักประณาม การที่ผู้ประท้วงหลายร้อยคนบุกรุกเข้าไปภายในสถานเอกอัครราชทูตสวีเดน แล้วจุดไฟเผาทำลายทรัพย์สิน ซึ่งตำรวจจับกุมผู้ก่อความไม่สงบได้จำนวนหนึ่งด้วย
Video footage shows the Swedish embassy in Iraq on fire after hundreds of people stormed the complex in a protest against the planned burning of a Quran in Sweden ⤵️ pic.twitter.com/PAkccnCIz6
— Al Jazeera English (@AJEnglish) July 20, 2023
อีกด้านหนึ่ง กระทรวงการต่างประเทศซาอุดีอาระเบียออกแถลงการณ์ เรียกร้องสวีเดนยุติ “การดำเนินการอันน่ารังเกียจ” ด้วยการอนุญาตให้โมมิกาประท้วงหมิ่นศาสนา โดยใช้เรื่องสิทธิและเสรีภาพในการแสดงความเห็น “เป็นข้ออ้าง”
ส่วนกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านออกแถลงการณ์ ไม่รับรองเอกอัครราชทูตสวีเดนคนใหม่ และจะไม่ส่งเอกอัครราชทูตอิหร่านคนใหม่ไปประจำการที่สวีเดน จนกว่ารัฐบาลสตอกโฮล์มจะสามารถดำเนินการอย่างจริงจัง เพื่อป้องปรามการสร้างความเสื่อมเสียให้กับพระคัมภีร์.
เครดิตภาพ : AFP



