สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงนีอาเม ประเทศไนเจอร์ เมื่อวันที่ 28 ก.ค. ว่า ประธานาธิบดีโมฮาเหม็ด บาซูม ทวีตข้อความบนบัญชีอย่างเป็นทางการ ยืนยันการยังอยู่ในฐานะ “ผู้นำที่ชอบธรรม” ของไนเจอร์ และให้คำมั่นปกป้องกลไกการบริหารและการปกครองประเทศตามระบอบประชาธิปไตย


การทวีตดังกล่าว ถือเป็นความเคลื่อนไหวครั้งแรกอย่างเป็นทางการ นับตั้งแต่ทหารกลุ่มหนึ่งประกาศการยึดอำนาจจากบาซูม เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ด้านฝรั่งเศสซึ่งเป็นอดีตเจ้าอาณานิคมของไนเจอร์ ประณามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างหนัก พร้อมทั้งกล่าวด้วยว่า “การยึดอำนาจไม่ใช่ทางออก” และรัฐบาลปารีสสนับสนุน การที่ประชาคมเศรษฐกิจแอฟริกาตะวันตก (อีโควาส) เตรียมใช้มาตรการคว่ำบาตรต่อไนเจอร์


อย่างไรก็ดี รัฐบาลปารีสเปิดเผยด้วยว่า บาซูม “สบายดี” และได้มีโอกาสสนทนาทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส แต่ยังคงปฏิเสธให้รายละเอียดเกี่ยวกับเนื้อหาของบทสนทนา

มวลชนฝ่ายสนับสนุนประธานาธิบดีโมฮาเหม็ด บาซูม รวมตัวแสดงพลัง ในกรุงนีอาเม เมืองหลวงของไนเจอร์


นอกจากนี้ ฝรั่งเศสซึ่งปัจจุบันยังมีทหารประจำการอยู่ที่ไนเจอร์ ประมาณ 1,500 นาย เรียกร้อง “การฟื้นฟูบูรณภาพกลับคืนสู่สถาบันทางประชาธิปไตยของไนเจอร์”


กระนั้น พล.อ.อับดู ซิดิคู อิสซา ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของไนเจอร์ ส่งสัญญาณสนับสนุนกลุ่มทหารที่ก่อรัฐประหาร ซึ่งนำโดย พ.อ.อมาดู อับดราเมน ขณะที่มีรายงานด้วยว่า มวลชนฝ่ายสนับสนุนการยึดอำนาจ จุดไฟเผาทำลายที่ทำการพรรคไนเจอร์เพื่อประชาธิปไตยและสังคมนิยม (พีเอ็นดีเอส) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาล ในกรุงนีอาเม เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา


ปัจจุบัน ไนเจอร์มีประชากรราว 25 ล้านคน เป็นประเทศในทวีปแอฟริกาซึ่งไม่มีทางออกโดยตรงสู่ทะเล และเป็นหนึ่งในประเทศมีฐานะทางเศรษฐกิจยากจนที่สุดของภูมิภาค เคยอยู่ภายใต้การปกครองของฝรั่งเศสนาน 60 ปี จนได้รับเอกราชเมื่อปี 2503 หลังจากนั้น ไนเจอร์เผชิญกับการรัฐประหารมาแล้ว 4 ครั้ง และความพยายามอีกนับครั้งไม่ถ้วน ในจำนวนนี้ 2 ครั้ง เป็นความพยายามโค่นอำนาจบาซูม วัย 63 ปี ซึ่งชนะการเลือกตั้งเมื่อปี 2564.

เครดิตภาพ : AFP