สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย เมื่อวันที่ 1 ส.ค. ว่า เสือโคร่งเคยเป็นสัตว์ที่อาศัยอยู่ทั่วภูมิภาคเอเชียกลาง เอเชียตะวันออก และเอเชียใต้ แต่พวกมันมีจำนวนลดลงเกือบ 95% ในช่วงศตวรรษที่ผ่านมา

ปัจจุบัน อินเดียเป็นที่อยู่อาศัยของเสือโคร่งทั่วโลกมากถึง 75% และรัฐบาลนิวเดลีประกาศว่า ประชากรเสือโคร่งในประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 3,167 ตัว เมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา จากการสำรวจด้วยกล้อง

นอกจากนี้ การวิเคราะห์ข้อมูลการสำรวจเพิ่มเติม โดยสถาบันสัตว์ป่าแห่งอินเดีย (ดับเบิลยูไอไอ) พบว่า จำนวนเสือโคร่งโดยเฉลี่ยคาดว่าอยู่ที่ประมาณ 3,682 ตัวทั่วประเทศ

“ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนถึงอัตราการเติบโตที่น่ายกย่อง ซึ่งอยู่ที่ 6.1% ต่อปี” รัฐบาลนิวเดลี กล่าวในการแถลงข่าว “ความพยายามอย่างต่อเนื่อง ในการปกป้องที่อยู่อาศัยของเสือโคร่ง มีความสำคัญอย่างยิ่ง ต่อการรักษาอนาคตและระบบนิเวศของเสือโคร่งในอินเดีย สำหรับลูก ๆ ของพวกมันต่อไป”

ทั้งนี้ มีการเชื่อกันว่าอินเดียมีประชากรเสือโคร่งราว 40,000 ตัว ในช่วงที่ประเทศได้รับเอกราชจากสหราชอาณาจักร เมื่อปี 2490 ซึ่งตัวเลขข้างต้นลดลงอย่างต่อเนื่อง จนเหลือประมาณ 3,700 ตัว ในปี 2545 และอยู่ในระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1,411 ตัว ในอีก 4 ปีต่อมา ทว่าหลังจากนั้น จำนวนเสือโคร่งในอินเดียก็ค่อย ๆ เพิ่มขึ้น

แม้สาเหตุหลักที่ทำให้ประชากรเสือโคร่งลดลง จะเกิดจากฝีมือมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็น การตัดไม้ทำลายป่า, การลักลอบล่าสัตว์ และการบุกรุกที่อยู่อาศัยของพวกมัน แต่นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ผู้นำอินเดีย กล่าวเมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมาว่า อินเดียสามารถเพิ่มจำนวนเสือโคร่งได้เพราะ “การมีส่วนร่วมของประชาชน” และ “วัฒนธรรมการอนุรักษ์” ของประเทศ.

เครดิตภาพ : AFP