เมื่อวันที่ 3 ส.ค.นายอรรถพล สังขวาสี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยถึงการใช้จ่ายงบประมาณของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ตามแผนปฏิบัติราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ว่า ขณะนี้งบประมาณด้านต่างๆของศธ.ยังสามารถบริหารจัดการต่อไปได้แม้จะอยู่ในช่วงรัฐบาลรักษาการ หรือหากสถานการณ์การเมืองที่ยังไม่ได้รัฐบาลชุดใหม่ก็จะไม่กระทบต่อการใช้จ่ายงบประมาณของศธ.แต่อย่างใด ซึ่งยืนยันว่าการใช้จ่ายงบประมาณจะไม่ถูกแช่แข็งหรือการดำเนินการขับเคลื่อนตามโครงการต่างๆจะไม่เกิดสุญญากาศในการปฎิบัติงานอย่างแน่นอน เนื่องจากงบดำเนินงานยังสามารถใช้ได้ตามแผนงานเดิมไปพลางก่อน เช่น งบบุคคล งบพัฒนา เป็นต้น ส่วนแผนงานใดที่มีนอกเหนือจากนี้เราจำเป็นต้องชะลอไว้ก่อน เพื่อรอรัฐบาลชุดใหม่

ส่วนงบประมาณประจำปีงบประมาณ 2667 นั้น ได้เขียนร่างงบประมาณตามภารกิจหลักตามยุทธศาสตร์ชาติ ร่างแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ.2566-2580) ฉบับปรับปรุง ในฐานะหน่วยงานเจ้าภาพขับเคลื่อน ประเด็น 11 การพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต การพัฒนา การเรียนรู้ และประเด็นอื่นๆที่เกี่ยวข้อง แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ.2566-2570) โดยเฉพาะไทยมีกำลังคนสมรรถนะสูง มุ่งเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ตอบโจทย์การพัฒนาแห่งอนาคต การพัฒนาในทุกมิติ ซึ่งยังวางกรอบตามร่างเดิมแบบนี้ไว้ก่อน เพราะต้องรอรมว.ศึกษาธิการคนใหม่เข้ามาบริหารจัดการว่าจะมีการปรับเปลี่ยนนโยบายการศึกษาอะไรจากเดิมหรือไม่

ปลัดศธ.กล่าวต่อไปว่า อย่างไรก็ตามเร็วๆนี้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะเรียกตนให้เข้าไปชี้แจงถึงประเด็นที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 5 ก.ค.2566 ได้เห็นชอบแต่งตั้งผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ระดับ 10 จำนวน 5 ตำแหน่ง ว่าการแต่งตั้งดังกล่าวมีความจำเป็นหรือไม่ ซึ่งหลังจากกกต.ได้รับฟังคำชี้แจงจากตนแล้วจะพิจารณามีความเห็นอย่างไรจะต้องส่งเรื่องกลับไปให้ที่ประชุมครม.ออกมติเห็นชอบอีกครั้ง ส่วนจะทันในรัฐบาลรักษาการชุดนี้หรือไม่ตนไม่สามารถตอบได้ เพราะขึ้นอยู่กับกกต.จะพิจารณาและให้ความเห็นออกมาอย่างไร