เมื่อวันที่ 11 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (10 ก.ย.) ที่ห้องประชุมพิมานปฐม ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดนครปฐม นายสุรศักดิ์ เจริญศิริโชติ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม นายอภินันท์ เผือกผ่อง รอง ผวจ.นครปฐม ร.ต.ต.สัณฐิติ ธรรมใจ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครปฐม โยธาธิการจังหวัด แขวงทางหลวง นายอำเภอเมืองนครปฐม เทศบาลนครนครปฐม นายสุรเชน จันทร์คูณ หัวหน้าสำนักงานจัดประโยชน์และรักษาองค์พระปฐมเจดีย์ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมหารือ แนวทางการแก้ปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่เมืองนครปฐม ริมถนนเพชรเกษม และบริเวณองค์พระปฐมเจดีย์
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 31 ส.ค. และ วันที่ 1 ก.ย. 64 เกิดฝนตกหนักทำให้น้ำท่วมขังบนพื้นผิวจราจรริมถนนเพชรเกษม เขตรับผิดชอบเทศบาลนครนครปฐม รวมถึงบริเวณถนนโดยรอบองค์พระปฐมเจดีย์ ถนนราชวิถี และถนนซ้ายพระ ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตชาวนครปฐมเป็นจำนวนมาก จนมีประชาชนถ่ายคลิปและนำไปโพสต์บนโซเชียล ซึ่งก็มีหลายคนเข้าไปแสดงความห่วงใยจะส่งผลกระทบต่อองค์พระปฐมเจดีย์หรือไม่ จึงได้เชิญผู้แทนจากกรมศิลปากร ซึ่งมีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านสถาปัตยกรรมมาร่วมวิเคราะห์ข้อห่วงใยของประชาชนเกี่ยวกับองค์พระปฐมเจดีย์

โดยที่ประชุมได้ร่วมกันวิเคราะห์ถึงสาเหตุของปัญหาพร้อมแนวทางการแก้ไข เบื้องต้นได้ประสานศูนย์ ปภ. เขต 1 ปทุมธานี นำเครื่องสูบน้ำด้วยเครื่องยนต์ดีเซล อัตราการสูบ 28,000 ลิตร/นาที ขนาดท่อกว้าง 14 นิ้ว จำนวน 1 ชุด นำมาติดตั้งบนฟุตปาธริมถนนเพชรเกษม บริเวณใกล้ห้างโลตัสนครปฐม เพื่อสูบระบายไม่ให้น้ำที่ท่วมขังบนพื้นผิวจราจร ส่วนที่กักเก็บน้ำกลางถนนเพชรเกษม แต่สายไฟเครื่องสูบน้ำถูกขโมยตัดไปจึงไม่สามารถเปิดเครื่องได้
ด้าน นายโชติชีวิน มิพล วิศวกรโยธา สำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร เปิดเผยว่า องค์พระปฐมเจดีย์มีโครงสร้างที่แข็งแรง ปัญหาน้ำท่วมขังบนพื้นผิวจราจรรอบองค์พระ หากท่วมขังประมาณ 2 ชม. ไม่ส่งผลกระทบต่อองค์พระปฐมเจดีย์อย่างแน่นอน ยกเว้นมีน้ำท่วมขังเป็นเวลาหลายๆ วัน อาจส่งผลกระทบบ้าง อย่างไรก็ตามทุกคนสามารถสังเกตได้จากรอยแตกร้าวบนพื้นผิวคอนกรีตบริเวณฐานองค์พระปฐมเจดีย์ โดยเมื่อช่วงเช้าได้มีเจ้าหน้าที่มาตรวจรอบองค์พระปฐมเจดีย์ ยังคงสภาพความมั่นคงแข็งแรงไม่มีรอยร้าวหรือทรุดตัวแต่อย่างใด



