สำนักวิจัยเศรษฐกิจแห่งชาติสหรัฐ เผยแพร่กรณีศึกษาเมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งได้จากการวิเคราะห์ข้อมูลการรับสมัครเข้าเรียนในวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยของสหรัฐ จำนวน 5 รอบปีการศึกษา ตั้งแต่ปี 2558-2564 แล้วพบว่าผู้สมัครเข้าเรียนต่อในสถานศึกษาเหล่านี้ที่เป็นชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชีย มีโอกาสน้อยกว่านักศึกษาผิวขาวถึง 28% ที่ทางสถานศึกษาจะตอบรับใบสมัคร ทั้งที่มีคะแนนการสอบเข้า, เกรดเฉลี่ยและประวัติการทำกิจกรรมที่คล้ายคลึงกัน
ผลของการศึกษาในครั้งนี้ ไม่มีความเกี่ยวพันกับนโยบาย Affirmative action ซึ่งเน้นการรับนักศึกษาโดยพิจารณาที่เชื้อชาติเพื่อให้สถานศึกษามีความหลากหลาย
จอช กรอสส์แมน นักวิทยาศาสตร์ด้านการวิเคราะห์ข้อมูลซึ่งเป็นหนึ่งในทีมงานของกรณีศึกษาดังกล่าวอธิบายว่า ถ้าหากมองว่านักศึกษาเชื้อสายแอฟริกันหรือฮิสแปนิก เป็นผู้เสียประโยชน์ในกรณีที่มีการใช้นโยบาย Affirmative action และไม่เชื่อว่านักศึกษาเชื้อสายเอเชีย เสียประโยชน์ในนโยบายนี้ ผลของการศึกษาก็น่าจะออกมา โดยมีอัตราของการตอบรับให้เข้าเรียนในสถานศึกษาที่เท่ากันระหว่างกลุ่มนักศึกษาผิวขาวและนักศึกษาเชื้อสายเอเชีย แต่ผลที่ออกมาไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลย
ทีมวิจัยยังพบอีกว่า มีความต่างในการตอบรับใบสมัครของนักศึกษาเชื้อสายเอเชียจากต่างพื้นที่ โดยผู้สมัครเชื้อสายเอเชียทางตอนใต้ของประเทศ มีโอกาสน้อยกว่าผู้สมัครผิวขาวที่ทางสถานศึกษาจะตอบรับใบสมัครถึง 49% ขณะที่ในภาคตะวันออกของประเทศ ผู้สมัครเชื้อสายเอเชียมีโอกาสน้อยกว่าผู้สมัครผิวขาวที่ทางสถานศึกษาจะตอบรับใบสมัครเพียง 17%
กรอสส์แมน กล่าวว่า กรณีศึกษาอื่น ๆ ก็ให้ผลในทำนองเดียวกัน เพียงแต่แตกต่างกันทางด้านประสบการณ์ที่พบเจอเท่านั้น
กรณีศึกษาดังกล่าวยังชี้ให้เห็นว่า ประวัติการตอบรับเข้าสถานศึกษาของครอบครัวผู้สมัครเรียนมีอิทธิพลอย่างมาก ถ้าหากมีคนในครอบครัวที่เคยเป็นศิษย์เก่าของสถาบัน ไม่ว่าจะเป็นผู้สมัครผิวขาวหรือผู้สมัครเชื้อสายเอเชีย ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสที่ทางสถานศึกษาจะยินดีตอบรับใบสมัครมากกว่าผู้สมัครที่ไม่เคยมีประวัติของครอบครัวเกี่ยวข้องกับสถานศึกษามาก่อน
อย่างไรก็ตาม ผู้สมัครเข้ามหาวิทยาลัยที่มีเชื้อสายเอเชียตะวันออกหรือเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ย่อมมีประวัติครอบครัวที่เกี่ยวข้องกับสถานศึกษาน้อยกว่าผู้สมัครผิวขาวอยู่แล้วถึง 3 เท่า ขณะที่ผู้สมัครที่มีเชื้อสายเอเชียใต้ ยิ่งมีประวัติครอบครัวเกี่ยวข้องกับสถานศึกษาที่น้อยกว่าผู้สมัครผิวขาวถึง 6 เท่า
ที่มา : nextshark.com
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



