สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 18 ส.ค. ว่า บริษัท “ไชนา เอเวอร์แกรนด์” ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่อันดับสองของจีน ยื่นคำร้องต่อศาลล้มละลายที่นครนิวยอร์กของสหรัฐ เพื่อขอรับความคุ้มครองภายใต้มาตรา 15 ของประมวลกฎหมายล้มละลาย ซึ่งครอบคลุมการคุ้มครองบริษัทที่มีสำนักงานอยู่นอกสหรัฐ ซึ่งอยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างหนี้ จากเจ้าหนี้ที่ต้องการยื่นฟ้อง เพื่ออายัดทรัพย์สินของบริษัทลูกหนี้ ที่มีอยู่ในสหรัฐ


ขณะเดียวกัน การขอรับความคุ้มครองภายใต้กฎหมายดังกล่าว จะเป็นการขยายขอบเขตความร่วมมือระหว่างศาลของสหรัฐ กับศาลในประเทศอื่น ที่มีขอบเขตอำนาจครอบคลุมการล้มละลายข้ามประเทศ ลูกหนี้ และเจ้าหนี้

โครงการอาคารพาณิชย์พร้อมอยู่อาศัย พัฒนาโดยไชนา เอเวอร์แกรนด์ ที่เมืองหวายอัน ในมณฑลเจียงซู ทางตะวันออกของจีน


ทั้งนี้ สถานการณ์ของไชนา เอเวอร์แกรนด์ ที่เคยถือเป็นแนวหน้าของวงการอสังหาริมทรัพย์จีน ย่ำแย่ลงอย่างต่อเนื่อง จากการที่ไม่สามารถบริหารจัดการ “ภูเขาหนี้สิน” ได้ และผิดนัดชำระหนี้ 2 ครั้ง เมื่อปี 2564 ปัจจุบัน เอเวอร์แกรนด์มีมูลค่าหนี้สิน มูลค่ามากกว่า 2.47 ล้านล้านหยวน (ราว 12 ล้านล้านบาท) คิดเป็นประมาณ 2% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของจีน


แม้ ไชนา เอเวอร์แกรนด์ พยายามบรรเทาความรุนแรงของภาวะวิกฤติครั้งนี้ ด้วยการเดินหน้าขายทรัพย์สินหลายรายการ ให้แก่หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ และบริษัทอสังหาริมทรัพย์ของจีน ซึ่งได้รับความสนับสนุนจากรัฐ แต่สถานการณ์กลับยังไม่ดีขึ้นมากนัก


อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายกังวลว่าจะกลายเป็น “ฟองสบู่แตก” ในตลาดอสังหาริมทรัพย์จีน ซึ่ง ไชนา เอเวอร์แกรนด์ ครองสัดส่วน 40% ของโครงการบ้านสร้างเสร็จพร้อมอยู่อาศัย และลุกลามเป็นลูกโซ่ไปทั่วโลก เนื่องจากมูลค่ามหาศาลของเศรษฐกิจจีน.

เครดิตภาพ : AFP