พล.อ.ต. อมร ชมเชย เลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) เปิดเผยว่า สกมช.ได้ทำการสำรวจ เรื่อง เฟค แอด ในโซเชียล มีเดีย หรือสื่อสังคมออนไลน์ ที่เป็นการหลอกลวง พบว่า คนไทยกว่า 70% พบโฆษณาหลอกลวง บนโซเซียล มีเดีย มากกว่า 50% ของโฆษณาทั้งหมดในแต่ละวัน โดยโฆษณาหลอกลวง ที่พบมากที่สุดเป็นเรื่อง หลอกให้ลงทุนกว่า 52% รองลงมา ชักชวนเล่นพนัน 43% หลอกขายของถูกเกินจริง 40% หลอกทำงาน 24% และอื่นๆ 14%
“ปัจจุบันมีโฆษณาหลอกลวงบนโซเซียล มีเดีย จำนวนมาก ทั้งที่ซื้อโฆษณา และที่โฆษณาแฝง เช่น ชักชวนเล่นพนัน และหลอกลวงลงทุน จึงอยากเตือนประชาชน ได้ตรวจสอบความน่าเชื่อถือ ของโฆษณาต่างๆบนโซเซียล มีเดีย อย่าหลงเชื่อง่ายๆ และ หากพบเห็นของให้ช่วยรายงาน ไปที่ เจ้าของแพลตฟอร์มโซเซียลมีเดียที่ให้บริการในไทย ซึ่งผู้ให้บริการเหล่านี้ก็พร้อมที่จะตรวจสอบ และทำการแก้ไข ระงับ เพื่อไม่ให้ผู้ใช้งานหลงเชื่อ หรือตกเป็นเหยื่อ โฆษณาเหล่านี้”
พล.อ.ต. อมร กล่าวต่อว่า ทาง สกมช. พยายามจะขอความร่วมมือไปยังผู้ให้บริการ โซเซียลมีเดียต่างๆ เพื่อร่วมกัน แก้ปัญหาเหล่านี้ เพื่อไม่ให่เกิดความเสียหายต่อประชาชนและสังคมมากขึ้น โดยจะมีการคุยหารือ กับผู้ให้บริการ โซเซียลมีเดียต่างๆ ในสัปดาห์นี้ เริ่มที่เฟซบุ๊คก่อน จากนั้นจะนัดผู้ให้บริการรายอื่นๆต่อไป เพื่อปรึกษาหารือ ว่าจะมีการตรวจสอบโฆษณา เหล่านี้ให้มีความเข้มงวดขึ้นได้อย่างไรบ้าง หรือจะมีช่องทางรีพอร์ตให้มีความรวดเร็ว หรือ ได้รับการตอบสนอง ในการปิดกั้น หรือแก้ไขโฆษณาเหล่านี้ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
“จากที่คุยหารือกันเบื้องต้น ทางแพลตฟอร์มโซเซียล มีดีย ก็ยินดีแก้ไข หากตรวจพบพวกโฆษณาแฝงเหล่านี้ เนื่องจากที่ผ่านมา ก็มีผู้เสียหายจำนวนมากที่หลงเชื่อ และโฆษณาแฝงเหล่านี้ก็มีเพิ่มมากขึ้นในปัจจุบัน หากไม่รีบหา ทางแก้ไข อาจส่งผล เสียหายมากกว่านี้ ซึ่งที่ผ่านมาทางกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอีเอส ได้มีการเสนอต่อศาลออกคำสั้ง ปิดกั้นเว็บไซต์พนันออนไลน์จำนวนมาก ส่วน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ก็ได้มีการจับกุมเว็บพนันออนไลน์ และกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์ ที่มีการโพสต์โฆษณาแฝงชักชวนเล่นพนันอย่างต่อเนื่องด้วย” พล.อ.ต. อมร กล่าว



