สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองโจฮันเนสเบิร์ก ประเทศแอฟริกาใต้ เมื่อวันที่ 24 ส.ค. ว่า ประธานาธิบดีไซริล รามาโฟซา ผู้นำแอฟริกาใต้ ในฐานะประธานกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ “บริกส์” ประจำปีนี้ แถลงปิดการประชุมสุดยอดผู้นำ ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองโจฮันเนสเบิร์ก เกี่ยวกับการเตรียมขยายจำนวนสมาชิกเพิ่มอีกอย่างน้อย 6 ประเทศ ได้แก่ อาร์เจนตินา อิหร่าน เอธิโอเปีย อียิปต์ ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี)


ทั้งนี้ การเข้าเป็นสมาชิกบริกส์ของทั้ง 6 ประเทศ จะมีผลอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 1 ม.ค. 2567 เท่ากับว่า นับจากนั้น บริกส์จะมีสมาชิกเพิ่มเป็นอย่างน้อย 11 ประเทศ โดยสมาชิกปัจจุบัน ได้แก่ บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้ ซึ่งเป็นประเทศล่าสุดที่เข้าเป็นสมาชิกบริกส์ เมื่อปี 2553

บรรยากาศการประชุมสุดยอดผู้นำ “บริกส์” ที่เมืองโจฮันเนสเบิร์ก ประเทศแอฟริกาใต้


ด้านประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ยกย่องการเพิ่มจำนวนสมาชิกของบริกส์ “คือประวัติศาสตร์” โดยจะเป็นจุดเริ่มต้นใหม่ของการสร้างเสริมกลไกความร่วมมือ เพื่อผลักดันการพัฒนาและสันติภาพโลกต่อไป


แม้ตอนนี้ยังถือว่า บริกส์มีสมาชิกเพียง 5 ประเทศ แต่ประชากรในกลุ่มมีสัดส่วนรวมกันประมาณ 40% ของประชากรโลก เนื่องจากมีอินเดียและจีนเป็นสมาชิก นอกจากนั้น บริกส์ยังก่อตั้งธนาคารพัฒนาของตัวเอง เพื่อลดการพึ่งพิงเงินดอลลาร์สหรัฐ อีกทั้งให้เป็นทางเลือกจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) และธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) ที่ตะวันตกเป็นผู้สนับสนุนรายใหญ่ด้วย


ขณะที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงหลายคนของสหรัฐกล่าวว่า ยังไม่ถือว่าบริกส์ “คือคู่แข่งทางภูมิศาสตร์การเมือง” และมองว่า บริกส์ “ยังไม่มีความเป็นเอกภาพมากพอ” เนื่องจากเป็นการรวมกลุ่มของประเทศ “ที่เป็นทั้งมิตรและศัตรูกัน”.

เครดิตภาพ : AFP