สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 30 ส.ค. ว่า เมตา ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของเฟซบุ๊ก ออกแถลงการณ์ว่า การระงับหรือยกเลิกบัญชีผู้ใช้งาน “ซึ่งอยู่นอกกรอบการใช้อำนาจปกติ” ของเมตา เป็นการดำเนินการที่ไม่สอดคล้องกับแนวทางปฏิบัติของบริษัท ในการจำกัดการใช้งานบัญชีของบุคคลสาธารณะ “หากเกิดความไม่สงบในสังคม”


ทั้งนี้ คณะกรรมการตรวจสอบอิสระของเมตา มีมติเมื่อเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา เสนอให้เมตาระงับบัญชีเฟซบุ๊กและอินสตาแกรม ของสมเด็จฮุน เซน ซึ่งในเวลานั้นยังดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีกัมพูชา เป็นเวลา 6 เดือน จากการไลฟ์สด เมื่อช่วงต้นปีนี้ ซึ่งสมเด็จฮุน เซน กล่าวว่า “จะทุบตี” นักการเมืองฝ่ายตรงข้าม ด้านสมเด็จฮุน เซน ตำหนิเฟซบุ๊กว่า “เอาหูไปนา เอาตาไปไร่” ต่อการที่ฝ่ายค้านยังคงใช้เฟซบุ๊ก “หมิ่นประมาท” นางบุน รานี ภริยา และ พล.อ.ฮุน มาเนต บุตรชายคนโต ที่ตอนนี้เป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว


ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา ประกาศเมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา ขึ้นบัญชีดำ สมาชิกทั้ง 22 คน ของคณะกรรมการชุดดังกล่าว ซึ่งรวมถึงนางเฮลเลอ ธอร์นิง ชมิดต์ อดีตนายกรัฐมนตรีนอร์เวย์ และนางทาวักโคล คาร์มัน นักเคลื่อนไหวชาวเยเมน ไม่สามารถเดินทางเข้ามาในกัมพูชาได้ในทุกกรณี เนื่องจาก “แทรกแซงกิจการภายใน”


ด้านเฟซบุ๊กเพจของสมเด็จฮุน เซน กลับมาออนไลน์เมื่อปลายเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา หลังอดีตผู้นำกัมพูชาระงับการใช้งานเองนานเกือบ 1 เดือน อนึ่ง สมเด็จฮุน เซน เปิดเพจบนเฟซบุ๊ก เมื่อปี 2558 และก่อนประกาศปิดเพจเมื่อปลายเดือนที่แล้ว มีจำนวนผู้ติดตามราว 14 ล้านคน ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ของฝ่ายตรงข้ามว่า “เป็นการซื้อยอดไลก์” ซึ่งสมเด็จฮุน เซน ยืนกรานปฏิเสธมาตลอด.

เครดิตภาพ : AFP