สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 30 ส.ค. ว่า เมตา ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของเฟซบุ๊ก ออกแถลงการณ์ว่า การระงับหรือยกเลิกบัญชีผู้ใช้งาน “ซึ่งอยู่นอกกรอบการใช้อำนาจปกติ” ของเมตา เป็นการดำเนินการที่ไม่สอดคล้องกับแนวทางปฏิบัติของบริษัท ในการจำกัดการใช้งานบัญชีของบุคคลสาธารณะ “หากเกิดความไม่สงบในสังคม”
ทั้งนี้ คณะกรรมการตรวจสอบอิสระของเมตา มีมติเมื่อเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา เสนอให้เมตาระงับบัญชีเฟซบุ๊กและอินสตาแกรม ของสมเด็จฮุน เซน ซึ่งในเวลานั้นยังดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีกัมพูชา เป็นเวลา 6 เดือน จากการไลฟ์สด เมื่อช่วงต้นปีนี้ ซึ่งสมเด็จฮุน เซน กล่าวว่า “จะทุบตี” นักการเมืองฝ่ายตรงข้าม ด้านสมเด็จฮุน เซน ตำหนิเฟซบุ๊กว่า “เอาหูไปนา เอาตาไปไร่” ต่อการที่ฝ่ายค้านยังคงใช้เฟซบุ๊ก “หมิ่นประมาท” นางบุน รานี ภริยา และ พล.อ.ฮุน มาเนต บุตรชายคนโต ที่ตอนนี้เป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว
????New: Meta rejects its Oversight Board’s recommendation to suspend the account of former Cambodian PM Hun Sen after he used his accounts to incite violence.
— Real Facebook Oversight Board (@FBoversight) August 29, 2023
Once again Facebook renders its Oversight Board meaningless as the recommendation was non-bindinghttps://t.co/5aoIzMlJae
ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา ประกาศเมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา ขึ้นบัญชีดำ สมาชิกทั้ง 22 คน ของคณะกรรมการชุดดังกล่าว ซึ่งรวมถึงนางเฮลเลอ ธอร์นิง ชมิดต์ อดีตนายกรัฐมนตรีนอร์เวย์ และนางทาวักโคล คาร์มัน นักเคลื่อนไหวชาวเยเมน ไม่สามารถเดินทางเข้ามาในกัมพูชาได้ในทุกกรณี เนื่องจาก “แทรกแซงกิจการภายใน”
ด้านเฟซบุ๊กเพจของสมเด็จฮุน เซน กลับมาออนไลน์เมื่อปลายเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา หลังอดีตผู้นำกัมพูชาระงับการใช้งานเองนานเกือบ 1 เดือน อนึ่ง สมเด็จฮุน เซน เปิดเพจบนเฟซบุ๊ก เมื่อปี 2558 และก่อนประกาศปิดเพจเมื่อปลายเดือนที่แล้ว มีจำนวนผู้ติดตามราว 14 ล้านคน ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ของฝ่ายตรงข้ามว่า “เป็นการซื้อยอดไลก์” ซึ่งสมเด็จฮุน เซน ยืนกรานปฏิเสธมาตลอด.
เครดิตภาพ : AFP



