วันนี้ (4 ก.ย. 66) เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) ได้จัดให้มีการประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) กสทช. โดยเลื่อนวันประชุมมาจากวันที่ 6 ก.ย. โดยมี กรรมการ กสทช. 3 ท่าน คือ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. เดินทางมาที่ห้องประชุมชั้น 2 เป็นคนแรก ตามมาด้วย นายต่อพงศ์ เสลานนท์ และ พลตำรวจเอก ณัฐธร เพราะสุนทร เดินทางเข้าร่วมประชุมตามลำดับ
ขณะที่ กสทช. 4 ท่าน คือ พลอากาศโท ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ, น.ส.พิรงรอง รามสูต, นายศุภัช ศุภชลาศัย, นายสมภพ ภูริวิกรัยพงศ์ ไม่ได้เดินทางเข้าร่วมประชุม โดยแจ้งตั้งแต่สัปดาห์ก่อนว่าติดภารกิจไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้
โดยเมื่อเวลาผ่านไป 30 นาที ตามระเบียบวาระเการประชุมของ กสทช. เมื่อองค์ประชุมไม่ครบกึ่งหนึ่ง ทาง นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. ที่ทำหน้าที่ประธานที่ประชุม จึงสั่งปิดการประชุมเมื่อเวลา 10.00 น.

หลังจากนั้น นพ.สรณ ได้ออกจากห้องประชุม ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว ว่า การประชุมในวันนี้ มีบอร์ด มาประชุมไม่ครบองค์ประชุม ทำให้ต้องยกเลิกการประชุมและเลื่อนเป็นวันอื่น ซึ่งส่งผลให้การประชุมยังมีวาระค้างพิจารณาอยู่จำนวนมากว่า 40 วาระ ทั้งเรื่องการพิจารณาเรื่องดาวเทียมไทยคม 4 ที่กำลังจะหมดอายุทางวิศวกรรม เรื่องการตั้งเลขาฯ กสทช. ฯลฯ ซึ่งคงต้องนำไปพิจารณาในการประชุมบอร์ดครั้งต่อไป ซึ่งเป็นการประชุมสัญจรที่ จ.นครพนม ในวันที่ 21 ก.ย. นี้
“การประชุมบอร์ด กสทช. วันนี้ที่ต้องเลื่อนมา เพราะตนติดภารกิจประชุมที่ต่างประเทศในวันที่ 6 ก.ย. แม้ว่าบอร์ดอีก 4 ท่าน จะแจ้งติดภารกิจ ก็ต้องเปิดประชุม เพราะมีการแจ้งวันและวาระพิจาณาไว้แล้ว แม้ว่าการประชุมจะล่มเป็นครั้งแรกของบอร์ด กสทช. ก็ไม่เป็นไร เรื่องวาระต่างๆ ก็ต้องเอาพิจาณาในครั้งหน้า โดยเฉพาะเรื่องการแต่งตั้ง เลขาธิการ กสทช. ที่จำป็นต้องให้บอร์ด ทั้ง 7 คน เข้าร่วมประชุมกันครบ”
นอกจากนี้ ประธาน กสทช. ยังได้กล่าวถึงกรณี น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.กรุงเทพฯ พรรคก้าวไกล อภิปรายในสภาเกี่ยวกับประเด็นการพบชื่อตนเองเป็นเจ้าของคลินิกในประเทศสหรัฐอเมริกา ว่า เรื่องนี้ตนได้ชี้แจงในสภาไปแล้ว โดยยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง ข้อมูลดังกล่าวเป็นเพียงการบันทึกข้อมูลประเทศสหรัฐอเมริกา จากการที่ตนเองไปเทรนนิ่งและมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพตั้งแต่ปี 1984-1993 หลังจากนั้นก็กลับมาเป็นอาจารย์ที่คณะแพทย์ศาสตร์ ม.มหิดล จนเกษียณอายุราชการ จึงเป็นฐานข้อมูลเก่า และปัจจุบันใบอนุญาตประกอบวิชาชีพในสหรัฐอเมริกา ก็ไม่ได้ต่อหมดอายุแล้ว และตนไม่เคยมีคลินิกทั้งในประเทศและต่างประเทศตั้งแต่รับราชการจนเกษียณอายุราชการ เรื่องนี้ทำให้ตนเองเสื่อมเสียชื่อเสียง เป็นเรื่องการเมืองแน่นอนที่ต้องการให้ตนเสียชื่อเสียง ซึ่งกำลังพิจารณาจะสามารถฟ้องร้องได้หรือไม่



