วันนี้ (7 ก.ย.) เมื่อเวลา 09.00 น. ที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ศูนย์ราชการฯ ถนนแจ้งวัฒนะ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ดีอีเอส ได้เดินทางเข้ากระทรวงฯ เป็นวันแรก โดยเวลา 09.29 น. ได้เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำศูนย์ราชการฯ ตามเวลาฤกษ์ หลังจากนั้นได้เปิดให้ผู้บริหารและข้าราชการ หน่วยงานในสังกัดและภาคเอกชน เข้าพบแสดงความยินดี หลังจากนั้น จึงเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนสัมภาษณ์
โดย นายประเสริฐ กล่าวว่า การเข้ามาทำงานที่ดีอีเอส เป็นเรื่องท้าทาย เพราะเป็นการทำงานเกี่ยวข้องกับอนาคต โดนเฉพาะภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี ที่มีนโยบายหลายอย่างที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงหลายๆ นโยบาย สิ่งแรก คือ ปรับเปลี่ยนรัฐอุปสรรค ให้เป็นรัฐสนับสนุน ลดขั้นตอน อำนวยความสะดวกสิ่งต่างๆ ให้ภาคประชาชน เศรษฐกิจ และราชการ ในการกำหนดทิศทางของประเทศ
“เรื่องแรกที่จะเร่งดำเนินการ คือ การดำเนินการป้องกันและปราบปราบอาชญากรรมทางไซเบอร์ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่ทำความเสียหายให้กับประชาชน โดยจะมีการตั้งศูนย์เฝ้าระวังการทำธุรกรรมทางการเงิน ต้องยกระดับความเข้มข้น โดยจะเห็นได้ใน 3 เดือนจากนี้”

ส่วนรื่องที่ 2 รัฐบาลดิจิทัล ลดขั้นตอนต่างๆ สร้างกระบวนการต่างๆ ที่ทำเป็นดิจิทัลได้ เชื่อมโยงกับกระทรวงอื่นๆ รวมถึงเรื่องสมาร์ต 30 บาท รวมถึงเรื่อง ดิจิทัลวอลเล็ต ที่เป็นเรื่องสำคัญของรัฐบาล โดยต้องรอรัฐบาลแถลงนโนบายก่อน ซึ่งจะเป็นการทำงานร่วมของ กระทรวงคลัง พาณิชย์ และดีอีเอส
นายประเสริฐ กล่าวต่อว่า เรื่องสุดท้าย คือ การใช้เทคโนโลยีในการทำให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี ลดความเหลื่อมล้ำ ยกระดับชีวิต เป็นเรื่องที่นโยบายและรัฐบาลให้ความสำคัญ ส่วนเรื่องการลงรายละเอียด นโยบายต่างๆ จะรอให้รัฐบาลแถลงนโยบายก่อน
อย่างไรก็ตาม อีกเรื่องหนึ่งที่อยากให้มี ก็คือ การทำซูเปอร์แอปของประเทศ ที่เชื่อมโยงข้อมูลต่างๆ ทั้งหมด ให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ได้ เช่น การเพาะปลูก การพยากรณ์อากาศ ฯลฯ เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงข้อมูลและดิจิทัลลดความเหลื่อมล้ำ
สำหรับเรื่องการปิดเฟซบุ๊ก ที่รัฐมนตรีก่อนมีนโยบายปิดนั้น ทางตนคิดว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เพราะกระทบคนจำนวนมาก คนที่ใช้โดยสุจริต การใช้ทำธุรกิจต่างๆ ค้าขาย ซึ่งยังไม่มีนโยบายปิด เพราะจะกระทบคนใช้งาน 45 ล้านคน แต่จะมีการเชิญทางเฟซบุ๊กมาหารือ เพื่อแก้ปัญหาเรื่องคนที่ใช้ในทางทุจริตเพื่อหาทางออกร่วมกัน
“เรื่องงานกระทรวงดีอีเอส เป็นงานที่ท้ายทาย เรื่องหนักใจไม่มี แต่ตื่นเต้น และมีความสุขในการมาทำงานตำแหน่งนี้ ถ้าได้รับความร่วมมือจากกระทรวง ก็ไม่หนักใจ แต่ก็จะใช้การลงพื้นที่ฟังเสียงจากประชาชน เพื่อทราบปัญหาและความคิดเห็น เพื่อนำมาใช้ในการแก้ปัญหาให้ประชาชนด้วย” นายประเสริฐ กล่าว



