การจับกุมครั้งนี้“ไม่ใช่”ครั้งแรกที่เกิดขึ้นกับ“ปัญหาทุจริต” เพราะที่ผ่านมา กทม. ร่วมกับเครือข่ายทั้ง กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) โดยกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ(บก.ปปป.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ(ป.ป.ท.) เปิดช่องทางรับแจ้งเบาะแส สืบสวน รวบรวมหลักฐาน เช็กบิลการทุจริตคอรัปชั่นในหน่วยงานของกทม.จริงจัง
เพราะต้องยอมรับว่าการปราบปรามทุจริต เป็นหนึ่งนโยบายหลักที่นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. ประกาศ“ปักธง”กวาดล้างเด็ดขาดตั้งแต่แรกเข้ารับตำแหน่ง จนถึงปัจจุบัน
การจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริตกรุงเทพมหานคร (ศปท.กทม.) เป็นสัญลักษณ์ว่าเอาจริงกับการต่อต้านการทุจริต ซึ่งจากเบาะแสจากการรับแจ้งพบมี 9 กิจกรรมที่ส่อทุจริต ได้แก่
1.การจัดซื้อจัดจ้าง 2.การเรียกรับผลประโยชน์ 3.การยักยอกเงินเก็บค่าธรรมเนียม ภาษีประเภทต่าง ๆ .การนำทรัพย์สินของทางราชการไปใช้ส่วนตัว 5.การเบียดบังเวลาราชการไปทำธุรกิจส่วนตัว 6.การจัดการฝึกอบรม สัมมนา และศึกษาดูงานที่เข้าข่ายการทุจริต
7.การจ่ายเงินต่าง ๆ ที่เข้าข่ายการทุจริต 8.การเบิกจ่ายค่าอาหารทำการนอกเวลาที่เข้าข่ายการทุจริต และ9.การแสวงหาผลประโยชน์จากการแต่งตั้งโยกย้าย
หน่วยงานที่มีสัญญาณ“เสี่ยง”ต่อการทุจริต 4 สายงาน ได้แก่ สายงานโยธา , สายงานเทศกิจ , สายงานรายได้ และสายงานสิ่งแวดล้อมฯ
จากการสำรวจสถิติเรื่องร้องเรียนของ ศปท.กทม. ตั้งแต่เดือนก.พ. -ส.ค.2566 มีจำนวน 206 เรื่อง แบ่งการรับแจ้งจากช่องทาง Traffy Fondue จำนวน 174 เรื่อง คิดเป็นร้อยละ 84.47 ช่องทางผู้บริหารกทม. 31 เรื่อง คิดเป็นร้อยละ 15.05 และทางอีเมล จำนวน 1 เรื่อง คิดเป็นร้อยละ 0.49
หากจำแนกประเภทเรื่องของทุจริต “กรณีเรียกรับผลประโยชน์” สูงสุดเป็นอันดับ1 มี 74 เรื่อง คิดเป็ร้อยละ 35.92
หากจำแนกตามสายงาน สูงสุด3 อันดับแรก คือ “สายงานโยธา” มี 40 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับการเรียกรับผลประโยชน์ 12 เรื่อง จาก 10 เขต ซึ่งนอกจากการเรียกรับผลประโยชน์เพื่อออกใบอนุญาต 12 เรื่องแล้ว ยังมีเรื่องเกี่ยวกับการก่อสร้าง/รื้อถอนอาคารแต่หน่วยงานดำเนินการล่าช้า ปล่อยปละละเลย/ไม่ดูแลที่สาธารณะ
งานบริหารบุคคล/แต่งตั้งโยกย้าย/ไม่ได้บรรจุ การนำทรัพย์สินของทางราชการไปใช้ส่วนตัว และกรณีอื่น ๆ เช่น ปรับปรุงพื้นถนน/ทางลอดอุโมงค์ล่าช้า ป้ายขนาดใหญ่ยื่นนอกออกคาร ฯลฯ
รองลงมาคือ “สายงานเทศกิจ” มี 39 เรื่อง และ “สายงานรักษาความสะอาด” มี 36 เรื่อง
สำหรับกทม.มีหลายช่องทางเปิดรับเบาะแสเรื่องราวทุจริต อาทิ แจ้งโดยตรงถึงผู้ว่าฯกทม.ในฐานะ หัวหน้า ศปท.กทม. /รองปลัดกทม. ในฐานะหัวหน้า ศตท.กทม. และหัวหน้าสำนักงาน ก.ก. หรือ ผอ.กองวินัยและเสริมสร้างจริยธรรม ในฐานะฝ่ายเลขานุการศูนย์
นอกจากนี้ ยังแจ้งผ่านระบบ Traffy Fondue หรือทางไปรษณีย์ ที่ศาลาว่าการกทม. เลขที่ 173 ถนนดินสอ แขวงเสาชิงช้า เขตพระนคร กทม. 10200 หรือโทร. 02-224-2963 หรือ 1555 และอีเมล [email protected]
พล.ต.อ.อดิศร์ งามจิตสุขศรี ที่ปรึกษาของผู้ว่าฯกทม. เผยว่า ช่องทางส่วนใหญ่ที่พบว่าประชาชนมักแจ้งเรื่องราวร้องทุกข์คือ ช่องทาง ป.ป.ท. สายด่วน 1206 ส่วนช่องทางของกทม. คือสายด่วน 1555 ปัจจุบันจ้างบริษัทภายนอกทำหน้าที่รับเรื่อง ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดความไม่สะดวกใจในการแจ้งข่าวสาร และจะมีการหาหรือผู้บริหารเพื่อสร้างความมั่นใจกับประชาชนที่ต้องการแจ้งเบาะแสมากขึ้น
ทั้งนี้ แนะอีกช่องทางแจ้งเรื่องผ่านแพลฟอร์ม Traffy Fondue ซึ่งเป็น“ระบบปิด”และ จะมีหน่วยงานรับเรื่องทุจริตไปดำเนินการโดยเฉพาะ ดังนั้น ย้ำว่าอย่ากลัวที่จะให้ข้อมูลทุจริตเพราะหน่วยงานมีระบบปกปิดที่เชื่อถือได้.
ทีมข่าวชุมชนเมือง รายงาน





